หนังสือเล่มโปรด  
      
   
เพิ่มหนังสือเล่มโปรดของคุณด้วยกันได้ที่ librarianmagazine@gmail.com จะเป็นหนังสือประเภทใดก็ได้ ขอให้เป็น
  เล่มโปรดของคุณ ผู้อ่านท่านอื่นๆจะได้ติดตามอ่านหนังสือดีๆกันค่ะ  " นิตยสารบรรณารักษ์ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาส่งเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรดมาให้ผู้อ่านกันนะคะ "


 
         
  ล่ามญี่ปุ่นกับติสต์บนชีวิตความพอเพียงแบบฉับพลัน

เขียนโดย เสรี ยาวงษ์ (ล่ามญี่ปุ่น)
จัดทำโดยสำนักพิมพ์ ต้นรัก
จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ ชนนิยม
บ.ก. คุณไข่มุก รัตนมาลัย
มีจำหน่ายที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ..
ร้านนายอินทร์..ศูนย์หนังสือจุฬา
  อีกหนีงวิถีชีวิตที่คุณอาจกำลังมองหาโดยไม่รู้ตัว
ลองค่อยๆอ่านดู หนังสือเล่มนี้อาจจะจุดประกายชีวิตอะไรบางอย่างให้คุณ

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นใด ถ้าเรารู้จักความพอเพียงและพึงพอใจในสิ่งที่เราเป็นแล้ว
ความสุข ของชิวิตนั้นอยู่ไม่ไกล

หนังสือ ที่เล่าถึง มุมมองการใช้ชีวิตของคนสองคนที่มุ่งที่จะทำตามความฝันของตน
เอง โดยเลือกที่จะตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไปและใช้ชีวิตแบบพอเพียง
ลดอุปกรณ์ประกอบภาพพจน์รอบๆตัวเพื่อให้สามารถใช้ชิวิตได้อย่างอิสระ และมุ่งมั่นที่
จะเดินตามฝัน โดยไม่ลืมที่จะพกพาและนำความสุขติดตัวไปในทุกๆย่างก้าวของการ
ใช้ชีวิต บนโลกใบนี้ และการหาความสุขนั้น ไม่ยากเลย
 
หากคุณลองทำอะไรสักอย่าง แล้วรอยยิ้มนั้นออกมากจากข้างในที่มันไม่ใช่แค่มุมปาก
นั้นแหละความสุขที่มาจากใจ..

ผู้แนะนำ
mrseri@hotmail.com
 
        ____________________________________________________________________________
  ๘ มกราคม ๒๕๕๒      
  ข้าพเจ้าทดลองความจริง ...
อัตชีวประวัติของมหาตมา คานธี
(The Story of My Experiments with truth)


มหาตมา คานธี เขียน
กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย
แปลเป็นภาษาไทย
(สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง)

 
 
ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ตอนอยู่ปีหนึ่ง หลังจากพยายามหาหนังสือเกี่ยวกับ มหาตมาคานธี อยู่หลาย
เล่ม เท่าที่ได้อ่านมา เล่มนี้สมบูรณ์ที่สุด ตอนนั้นกำลังศึกษาวิชาโบราณคดี ศิลปะอินเดีย กำลังคลั่งไคล้
ศิลปะอินเดียอยู่พอดี ประกอบกับความประทับใจภาพยนตร์เรื่อง "คานธี" ผลงานการกำกับของ
เซอร์ ริชาร์ด เอทเทนเบอเรอห์ ในปี 1982 มีรางวัลออสการ์การันตีคุณภาพ ฉากเด็ดคือฉากที่ชาวอินเดีย
นับแสนๆ มาคอยต้อนรับการกลับมาของมหาบุรุษคานธี รวมถึงฉากสังหารหมู่ชาวอินเดียที่มาชุมนุมกัน
เพื่อประท้วงรัฐบาลอังกฤษ ..
อ่านต่อ


เล่มโปรดของ
อภิชัย อารยะเจริญชัย บรรณารักษ์ ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
                                                                          http://janghuman.wordpress.com

 
        ____________________________________________________________________________
 

๒๓
พฤศจิกายน ๒๕๕๑
 
     
  ชื่อหนังสือ ที่อยู่ของหัวใจ
โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
สำนักพิมพ์ Typhoon books
พิมพ์รวมเล่ม ครั้งแรก :
กันยายน 2548, 158 หน้า
ราคา 150 บาท
ISBN 974-93486-0-5
 
  อ่านแล้ว ทำให้ชีวิตๆที่ทุกๆวันเร่งๆรีบ เกิดอารมณ์สงบ และนิ่งๆ ได้สักพักนึงเลยละค่ะ
อารมณ์เรื่องที่ไปเรื่อยๆแต่แฝงไปด้วยความรู้สึก

อีกเล่มของคุณวรพจน์ก็อยากแนะนำค่ะ
คือ " ไม่มีโทรศัพท์และเครื่องปรับอากาศ แต่พอดีว่ายังอ่านไม่จบเลย

เล่มโปรด : น้อง 4 แห่ง 5จอมยุทธ์
 
        ____________________________________________________________________________
  ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑      
  Pay it Forward
เขียนโดย
Caterine Ryan Hyde
แปลเป็นภาษาไทยโดย
รัตนดิษฐ์ ในชื่อ
ร้อยรักให้โลกรื่นรมย์


สำนักพิมพ์ เอ็นเธอร์บุ๊คส์

 
  เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อฉันเดินเข้าร้านหนังสือก่อนวันหยุดยาวหลายวันในเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย
เพื่อหาซื้อหนังสือไว้อ่านแก้เหงาเพราะไม่มีโปรแกรมจะไปเที่ยวที่ไหน และเกิดสะดุดตากับหนังสือแปล
เล่มหนึ่งที่ปกเป็นสีฟ้าสดใส สีโปรดของฉันรองจากสีม่วงและสีเขียว “Pay it Forward” Catherine Ryan
Hyde เขียน รัตนดิษฐ์ แปล บนปกเขียนไว้อย่างนั้น ...

อ่านต่อ

เล่มโปรด : ร้อยอักษรา
        ___________________________________________________________________________
  ๑๗ ก.ย. ๒๕๕๑      
  ล่องไพร
ผู้แต่ง น้อยอินทนนท์
  ล่องไพรเป็นหนังสือเล่มแรกที่ได้อ่านในชีวิต นอกเหนือจากตำราเรียน
ล่องไพร เป็นแรงบันดาลใจแรงผลักดันให้ชอบอ่านหนังสือและอยากจะอ่านหนังสือ

อาจเป็นความบังเอิญหรือความโชคดีที่ในคืนวันหนึ่งในวัยเด็กได้เห็นพี่ชายนั่งอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งอย่างจดจ่อ
ไม่สนใจสิ่งรอบข้างถึงแม้ว่าทุกคนจะปิดไฟนอนแล้วก็ตาม พี่ชายก็ยังอ่านต่อโดยการจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่าง

ด้วยความสงสัยจึงถามพี่ชายว่าอ่านหนังสืออะไรสนุกมั๊ย พี่ชายตอบว่า

"ล่องไพรหนังสือยืมมาจากห้องสมุดสนุกมาก"

จึงทำให้เกิดความสนใจและอยากจะอ่านอยากรู้ว่าสนุกยังไง ทำไมพี่ชายถึงได้อ่านไม่ยอมวางขนาดนั้น
เมื่อมีโอกาสได้อ่านถึงกับวางหนังสือไม่ลง อ่านแล้วไม่อยากหยุด อยากอ่านต่อไปเรื่อย ๆ

เนื้อหาของเรื่องทำให้อยากอ่านอยากติดตามว่าจะเป็นอย่างไร และเมื่ออ่านจบแล้วก็อยากจะอ่านหนังสือเล่มอื่น
ต่อๆ ไป จึงถือได้ว่า ล่องไพร เป็นหนังสือที่จุดประกายความคิดทำให้รักการอ่านค่ะ

เล่มโปรด  : โศจิรัศมิ์
 
        ___________________________________________________________________________
      เช้าวันจันทร์ตื่นขึ้นมาตาบวม...เพราะเมื่อคืนวันอาทิตย์ร้องไห้หนัก ไม่ได้ร้องไห้แบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน
ร้องไห้หนัก ๆ แบบนี้บางทีก็ทำให้รู้สึกโล่งหัวใจดีเหมือนกันนะ

ได้ไปเดินบุ๊คสมายล์ในเซเว่นฯมีอยู่ Shelf นึง ที่ลดเหลือเพียง 79 บาท ทั้ง Shelf เราก็เลยไปคุ้ยว่ามีเรื่องไหน
น่าอ่านบ้างแล้วเราก็เจอกับหนังสือปกสีครีม มีตัวอักษรภาษาเกาหลีสีแดงสด เขียนทางลงไว้ว่า "กาซิโกกิ"
เมื่ออ่านคำโปรยหลังปกก็ระลึกขึ้นมาได้ว่าเคยสนใจหนังสือเล่มนี้ จากบทความแนะนำหนังสือของนิตยสารอะไร
ซักอย่างหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ขวนขวายอะไรมากนักที่ะหามาอ่าน แต่วันนี้เหมือนจะเป็นโอกาสของเราที่จะได้ทำความ
รู้จักกับหนังสือเล่มนี้

ชื่อเรื่อง : กาซิโกกิ (gasigogi)
ผู้เขียน : โจ ชางอิน
ผู้แปล : แฮจิน คิม
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์


“ถ้าผมไม่อยู่ด้วยแล้วพ่อจะเป็นยังไงบ้างจะสบายจริงๆ อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า ผมนึกถึงปลากาซิบ่อยๆ พ่อปลา
ที่เอาหัวชนหินจนตาย ถ้าพ่อไม่มีผม พ่อต้องเศร้าแล้วเศร้าอีก บางทีอาจจะเป็นเหมือนพ่อปลาก็เป็นได้
ถ้าหากผมต้องตามแม่ไปฝรั่งเศสจริงๆล่ะก็ อยากให้พ่อเศร้าแค่นิดเดียวก็พอ ถ้าเศร้านิดเดียว สักวันต้องได้กลับมาพบกันอีกอย่างแน่นอน”

เรื่องราวความรักของพ่อ ผู้ที่พยายามอย่างแสนสาหัส เพื่อหาเงินมารักษาลูกชาย (ทาอุม) ที่นอนป่วยเป็นโรคลูคิ
เมียการดำเนินเรื่องที่ถ่ายทอดเป็นความรู้สึกของทั้งฝั่งพ่อและฝั่งลูก ทำให้คนอ่านได้รับรู้ถึงความรู้สึกของทั้งสอง
คนได้อย่างถ่องแท้และพร้อมจะโจนทะยานเข้าไปร่วมคิดร่วมรู้สึกไปด้วยกับตัวละคร

เรื่องราวที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายนั้นแฝงความเจ็บปวดไว้ทีละน้อยและท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกในช่วงท้าย

...บางทีสุดท้ายแล้วชะตากรรมอาจจะเป็นสิ่งที่โหดร้ายที่สุดก็ได้...

เล่มโปรด  : hana_panda

___________________________________________________________________________
  ๒๑ ส.ค. ๒๕๕๑      
  ลูกอีสาน
ผู้แต่ง คำพูน บุญทวี
สำนักพิมพ์โป๊ยเซียน
พิมพ์ครั้งที่ 4 สิงหาคม 2545
หนา 278 หน้า
  ครั้งแรกที่ฉันหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ฉันตั้งคำถามกับตัวเองทันทีเลยว่า "จะอ่านจบหรอ?"
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ปกตินิสัยของฉันนั้น ไม่ชอบอ่านอะไรที่เยิ่นเย้อยืดยาวเกินไป แต่เมื่อฉันพลิกหน้าแรกอ่าน
หน้าที่สอง สาม สี่ ห้า ไปจนหน้าที่เท่าไหร่ฉันก็ยังไม่รู้ ฉันมารู้เอาอีกที ฉันได้หลุดเข้าไปอยู่ในสังคมอีสานเมื่อราว
50 ปีก่อนเสียแล้ว

แม้ฉันจะยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้ว่าจะอ่านจบลงเมื่อไหร่ แต่ทุกวันนี้ฉันก็พยายามฝืนความรู้สึกตัวเอง เปิดอ่าน
"ลูกอีสาน" อยู่เสมอ หลังจากฉันได้หนังสือเล่มนี้มา

ความประทับใจที่ยากจะลืมได้ของฉันอยู่ที่การได้เอาชนะความคิดของตัวเอง และได้เรียนรู้ สังคม วัฒนธรรม และ
วิถีชีวิตชาวอีสาน จากหนังสือเล่มนี้

อาจารย์คำพูน บุญทวี เป็นนักเขียนอีกคนหนึ่งที่ทำให้ฉันหันมาสนใจในงานเขียน เป็นแรงบันดาลใจที่ดีอีกท่านหนึ่ง
ในบรรดานักเขียนหลายท่านที่เป็นแรงเสิรมให้ฉันก้าวขึ้นมาเขียนหนังสือในวันนี้

 
        เล่มโปรด  : " หัวใจห่อใบตอง " http://www.oknation.net/blog/tongman/
  ๒๐ ส.ค. ๒๕๕๑     ___________________________________________________________________________
  The Reader
เขียนโดย Bernhard Schlink
ฉบับภาษาไทยแปล โดย
สมชัย วิพิศมากูล

สนพ.มติชน,2545
  เรื่องราวของเด็กชายมิคาเอล วัย 15 ปีที่ป่วยเป็นโรคตับอักเสบ และไปโรงเรียนไม่ได้ กับ หญิงสาวที่ทำงานเป็น
พนักงานเก็บตั๋วรถราง ชื่อฮันนา อายุ 36 ปี ที่ช่วยเหลือเขาตอนที่อาการของโรคกำเริบกะทันหัน.. นั่นคือจุดเริ่มต้น
ของมิตรภาพ..เธออายุมากพอที่จะเป็นแม่เขาได้แต่เขากลับมีความรู้สึกกับเธออย่างหนุ่มสาว เป็นความรู้สึก “ใคร่”
ของเด็กชายวัยรุ่นที่เริ่มเปนหนุ่ม

กิจกรรมของทั้งสองคนก่อนที่จะมีปฏิสัมพันธ์ทางกาย คือการอาบน้ำร่วมกันและเขาต้องอ่านหนังสือให้เธอฟัง
หนังสือที่เขาอ่านเป็นวรรณกรรมคลาสสิค ของนักเขียนที่มีชื่อเสียงสมัยนั้น ฮันนาชอบฟังเขาอ่านหนังสือ และเธอ
บังคับให้เขาต้องไปเรียนหนังสือ...มิตรภาพของทั้งสองคนดำเนินไปด้วยดี...มีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง และ
ฮันนาทำให้เด็กหนุ่มขยันขันแข็งจสอบเลื่อนชั้นได้....เพาะ เธอบอกว่า “เธอต้องการที่จะเป็นคนไม่รู้หนังสือ
หรือ”...


อ่านต่อ

เล่มโปรด : ดาริกามณี  http://arcturus.bloggang.com
        __________________________________________________________________________
  เท่าดวงอาทิตย์
เขียนโดย ประภาส ชลศรานนท์.
พิมพ์ครั้งที่ 4, 2547
สำนักพิมพ์เวิร์คพอยท์.
  รวมเล่มจากคอลัมน์ “คุยกับประภาส” ในชุดมี กบเหลาดินสอ มะเฟืองรอฝาน ตัวหนังสือคุยกัน เชือกกล้วยมัดต้น
กล้วย แมงกะพรุนถนัดซ้าย และเล่มนี้...

จับใจความได้คร่าวๆ ถึงเรื่องเล่าของคุณประภาส คือ เหมือนการ “จับเข่านั่งคุย” เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นปุ๊บ คุณ
ประภาสจะไม่ตอบหรอกว่า ผมก็คิดอย่างนี้ ผมก็คิดย่างนั้น หรือ ผมว่ามันเป็นอย่างนี้ ผมว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่คุณ
ประภาสจะเป็น “นักยกตัวอย่าง” ซึ่งจะเล่าเรื่อง เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น และเพื่อให้มองในมุมอื่นที่ต่างออก
ไป ซึ่งที่จริงบางเรื่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่โดยทั่วไปเราๆ กไม่ค่อยนึกถึงกันนัก... ในเล่มนี้
ที่ชอบที่สุดเป็นตอนที่ แม่แอบกินไอศกรีมในตู้เย็นที่ลูกสาวซุกซ่อนไว้ซอกลึกสุดของตู้เย็น แล้วแม่ก็ยังไปเอามา
กินจนได้ ลูกสาวกลับมาจากทำงานเห็นแม่กำลังกินไอศกรีมก็ดุใหญ่ ว่าอุตส่าห์ซ่อนแล้วยังหาเจออีก คนเป็นแม่
ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ แอบไปร้องไห้เสียใจที่ลูกไม่รัก ไอตมแค่นี้ก็ต้องหวงด้วย ในขณะที่ตัวลูกสาวเองกลับคิด
อีกอย่างหนึ่งคือ ที่ไม่อยากให้แม่กินเพราะกลัวว่าโรคเบาหวานแม่จะกำเริบ เธอเป็นห่วงไม่อยากให้แม่ป่วย ซึ่ง
เป็นเรื่องของ มุมมองของคนที่ “ยืนอยู่คนละจุด”

อีกตอนก็คือ “หมาหมอบ” ซึ่งคล้ายจะบอกว่า เมื่อเจอกับเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตแล้วที่เหลือก็จะเป็นเรื่องธรรมดา
ทั้งที่ก็เคยเชื่อตลอดมาว่า “เรื่องราวต่างๆในชีวิต มันยังไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดหรอก เพราะเรายังผ่านมันมาได้ทุก
ครั้ง” ความหมายอาจจะใกล้เคียงกัน แต่ก็อาจต่างกัน

อ่านหนังสือหนึ่งเล่ม เราได้มุมมองที่ต่างออกไป หนึ่งเรื่อง เหมือนเราคุยกับคนอื่นหนึ่งคน อ่าน “เมนูปรารถนา”
ก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังคุยกับ ฮิมิโตะ อ่าน เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง ก็รู้สึกเหมือนนั่งคุยใต้ร่มไม้ แดดร่มลมตก
ริมทะเล กับคุณสุรักษ์ และเมื่ออ่านเท่าดวงอาทิตย์ ก็อดคิดไม่ได้ว่า เหมือนกำลังนั่งถกกับคุณประภาส ยังไง
ยังงั้น.../


เล่มโปรด : ดาริกามณี  
http://arcturus.bloggang.com
 
 

 
    ____________________________________________________________________________
  ๑๙ ส.ค. ๒๕๕๑      
  ความสุขของกะทิ
ตอน ตามหาพระจันทร์
ผู้แต่ง งามพรรณ เวชชาชีวะ
พิมพ์ครั้งที่ 3,
กรุงเทพมหานคร :
แพรว, 2549
 
" ภาคต่อของความสุขของกะทิตอนแรก ที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน S.E.A Write
เล่มนี้เป็นหนังสือนิยายขนาดสั้นที่ฉันได้อ่านแล้วเหมือนกับตัวของฉันเองได้หลุดเข้าไปนตัวละครตัวหนึ่งที่เฝ้ามอง
ตัวละครเด่นโลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษ ทำให้ฉันตกอยู่ในภวังค์ได้หลายชั่วโมง ความประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ
ฉันอ่านทุกๆ ตอน น้ำตาของฉันไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว มันจึงยืนยันได้ว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งเลย
ทีเดียว "


เล่มโปรด  : " หัวใจห่อใบตอง "  
http://www.oknation.net/blog/tongman/
 
 


 
    ____________________________________________________________________________
 
LibrarianMagazine.com