|
|

The Reader
เขียนโดย Bernhard Schlink
ฉบับภาษาไทยแปลโดย
สมชัย วิพิศมากูล
สนพ.มติชน,2545 |
เรื่องราวของเด็กชายมิคาเอล วัย 15
ปีที่ป่วยเป็นโรคตับอักเสบ
และไปโรงเรียนไม่ได้ กับ หญิงสาวที่ทำงานเป็น
พนักงานเก็บตั๋วรถราง ชื่อฮันนา อายุ 36 ปี
ที่ช่วยเหลือเขาตอนที่อาการของโรคกำเริบกะทันหัน..
นั่นคือจุดเริ่มต้น
ของมิตรภาพ..เธออายุมากพอที่จะเป็นแม่เขาได้แต่เขากลับมีความรู้สึกกับเธออย่างหนุ่มสาว
เป็นความรู้สึก “ใคร่”
ของเด็กชายวัยรุ่นที่เริ่มเป็นหนุ่ม
กิจกรรมของทั้งสองคนก่อนที่จะมีปฏิสัมพันธ์ทางกาย
คือการอาบน้ำร่วมกันและเขาต้องอ่านหนังสือให้เธอฟัง
หนังสือ
ที่เขาอ่านเป็นวรรณกรรมคลาสสิค
ของนักเขียนที่มีชื่อเสียงสมัยนั้น
ฮันนาชอบฟังเขาอ่านหนังสือ และเธอบังคับให้
เขาต้องไปเรียนหนังสือ...มิตรภาพของทั้งสองคนดำเนินไปด้วยดี...มีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง
และฮันนาทำให้เด็ก
หนุ่มขยันขันแข็งจนสอบเลื่อนชั้นได้...
เพราะ
เธอบอกว่า “เธอต้องการที่จะเป็นคนไม่รู้หนังสือหรือ”
แต่อยู่มาวันหนึ่ง ฮันนาก็จากไป ไม่บอกกล่าว...
เด็กหนุ่มเติบโตขึ้น เขาเรียนด้านกฎหมาย
เขาไม่มีความรู้สึก “ใคร่”
หลงเหลืออยู่นอกจากความทรงจำที่มีต่อฮันนา
แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีใครเหมือนฮันนา...
เขาเจอเธออีกครั้งตอนไปฟังสัมมนา
ในศาล
นั่นเองที่เขาพบฮันนาในฐานะจำเลยผู้เกี่ยวข้องในสงคราม...
ฮันนาเป็นจำเลยหนึ่ง 6
คนที่เป็นผู้คุมนักโทษหญิง
ในค่ายกักกัน ฮันนาเคยทำงานกับบริษัทซีเมนส์ในกรุงเบอร์ลินและลาออกเมื่อรัฐบาล
(หน่วย เอส เอส) ไปตั้งโต๊ะรับสมัคร
หญิงสาวในโรงงานของซีเมนส์เพื่อไปเป็นผู้คุมนักโทษในค่ายกักกัน
ฮันนาอยู่ที่ค่ายเอาส์ชวิทซ์ก่อนถูกย้ายไปอยู่อีกค่าย
หนึ่งใกล้เมืองคราเคา
ขณะที่เป็นผู้คุมฮันนามักจะเลือกเด็กสาวที่ส่งมาจากเอาส์ชวิทต์
คนที่อ่อนแอที่สุดมาอ่านหนังสือให้
เธอฟัง และส่งกลับเอาส์ชวิทต์ในเวลาต่อมา
แต่ความผิดของฮันนานั้นเกิดจากมีผู้รอดชีวิตสองแม่ลูกจากกรณีที่เกิดไฟไม้ในโบสถ์ขณะที่มีการเคลื่อนย้ายนักโทษไป
อีกค่ายหนึ่ง
สองแม่ลูกนั้นปลอดภัยเพราะหนีขึ้นไปอยู่ชั้นสูงของโบสถ์ในขณะที่คนอื่นๆ
ถูกไฟคลอกตาย เพราะผู้คุมไม่เปิด
ประตูให้ออกไป... ฮันนาเป็นหนึ่งในผู้คุมนั้น
และเธอก็กลายเป็นผู้รับ “บาป” คนเดียวเมื่อ “รายงาน”
ที่ส่งไปให้รัฐบาลเรื่อง
ไฟไหม้นั้นเธอถูก “กล่าวหา” ว่าเป็นคนเขียน....
ฮันนาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
มิคาเอลพยายาม“ไตร่ตรอง”
ด้วยวิชากฎหมายของเขาว่าเหตุใดฮันนาจึงยอมรับสารภาพผิดทั้งหมด...
ในเมื่อเธอ “อ่านไม่ออก
และเขียนไม่ได้” เขาทบทวนดูขณะที่เขา “มีอะไร”
กับเธอนั้น ฮันนาให้เขาอ่านหนังสือให้ฟัง
และทุกครั้งที่ต้องเลือกเมนูอาหาร
เธอให้เขาเป็นคนเลือก
ตอนที่ไปพักโรงแรมแล้วเขาเขียนโน้ตว่าจะออกไปซื้อดอกไม้ให้เธอนั้นฮันนาโกรธเมื่อเขากลับมา
และเขาก็หาโน้ตนั้นไม่พบ
จึงอนุมานว่าฮันนาคิดว่าเขาจะหนีเธอไป
เธอจึงโกรธมาก
และการที่เธอไม่ทำงานกับซีเมนส์ทั้งๆ
ที่กำลังเลื่อนขั้น นั่นเพราะเธอต้อง “เขียนหนังสือ”
และฮันนาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธออ่านไม่ออก
และเขียนไม่ได้ เธอจึงเลือก
ที่จะเป็นผู้คุมนักโทษในค่ายกักกันแทน
ดังนั้นแล้วข้อกล่าวหาที่ว่าเธอเป็นคนเขียนรายงานกรณีไฟไหม้โบสถ์จึงไม่เป็นความจริง
แต่ฮันนาก็เลือกที่จะ
“ติดคุก”
นั่นเพราะเธอต้องการที่จะไถ่บาปกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนยิว
ขณะที่ฮันนาอยู่ในเรือนจำนั้น
มิคาเอลอ่านหนังสือใส่เทป
พร้อมเครื่องเล่นเทปส่งไปให้เธอ
เป็นเวลานานถึง 18 ปี เขาไม่เคย
ไปเยี่ยมเธอในคุก นอกจากส่งเทปที่อ่านไปให้เธอ
และอยู่มาวันหนึ่งฮันนาก็เขียนจดหมายถึงเขาเพียง
3 บรรทัด ด้วยตัวหนังสือ
เหมือนเด็กหัดเขียน
เพราะลักษณะการกดปากกาลงกับกระดาษเป็นอย่างนั้น
ฮันนาหัดเขียนจากการอ่านหนังสือเล่มเดียวกับที่
เขาอ่านลงเทปให้เธอฟัง
เธอค่อยๆ อ่านทีละประโยค และหัดเขียน
จนเขียนจดหมายถึงเขาได้มากกว่า 3 บรรทัดในเวลาต่อมา
และก่อนที่ฮันนาจะถูกปล่อยตัวพัศดีเรือนจำเขียนจดหมายถึงเขา
ให้เขารับตัวเธอไปอยู่ในความอุปถัมภ์
เขาจึงมาเยี่ยมฮันนา
เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอ
เขาไม่มีความรู้สึก “ใคร่” ในตัวเธอ
นอกจากความนับถือในความเป็นคนเข้มแข็งตลอดมา
และก่อนที่เขาจะมารับเธอเพียง 3
วันฮันนาก็ผูกคอตาย
เธอเขียนจดหมายบอกไว้ว่าให้นำเงินที่เธอเก็บไว้ไปมอบให้กับแม่ลูก
ที่รอดชีวิต
และเมื่อเขานำเงินนั้นไปมอบให้ลูกสาวดังคำขอร้องของฮันนา
หญิงสาวคนนั้นให้เขานำไปมอบให้มูลนิธิเพื่อการ
ไม่รู้หนังสือของชาวยิว......
เป็นเรื่องราวที่...
เศร้ามากหากทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง
และเป็นเรื่องที่น่าทึ่งสำหรับกำลังใจจากคนหนึ่งที่ทำให้ใครอีกคนมีชีวิต
อยู่ “อย่างไม่แห้งแล้ง” จนเกินไปนัก
ฮันนาทำให้มิคาเอลเอาใจใส่ต่อการเรียนจนทำให้ผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจ
และเช่นเดียว
กัน ขณะที่อยู่ในเรือนจำ
สิ่งที่ทำให้ฮันนาอยู่อย่างมี “เรี่ยวแรง”
นั่นมาจากเทปที่มิคาเอลอ่านให้เธอฟัง.../ |