LibrarianMagazine.com

 



หากโลกนี้ไม่มีห้องสมุด
: คำรำพึงของผู้สูญเสีย

โดย พิมลเมฆ
(ภาพปก สถานที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดระยอง)


 
   

            ช่วงนี้มีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับห้องสมุดในบ้านเราอยู่สองข่าวไล่เลี่ยกันมาในเวลาที่ไม่นานนัก ข่าวแรกนั่นก็
คือการเผาตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลเสียหายต่อห้องสมุดมารวยด้วย สำหรับห้องสมุดมารวยนี้
ทำหน้าที่เปรียบเสมือนห้องสมุดประชาชนและวิชาการให้แก่นักเรียน นิสิตและประชาชนมาอย่างเข้มแข็ง  แล้วก็
ตามมาด้วยข่าวร้ายที่สอง คือ มีนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งได้เผาห้องสมุดโรงเรียนที่ตนเรียนอยู่วอดไปทั้งหลัง
ซึ่งกรณีหลังค่อนข้างเป็นเรื่องสะเทือนใจทั้งในเชิงผู้กระทำและผู้ที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกรณีนั้น
เป็นเรื่องสุดวิสัยของผู้ก่อเหตุที่มีจิตแบบไม่ปกติ  ซึ่งส่งผลความเสียหายแก่สังคมบ้านเราค่อนข้างมาก โดยเฉพาะงบ
ประมาณที่ใช้ไป และทรัพยากรหนังสือที่สูญเสียเช่นกัน

            ตรงกันข้ามกับกรณีของทางฝั่งสหรัฐอเมิรกา เมื่ออ่านข้อเขียนของ Andy เรื่อง The World Without
Public Libraries ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553  ที่เขาได้แสดงความคิดเห็นจากคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจว่า
หากโลกนี้ไม่มีห้องสมุด แล้วจะเป็นเช่นใด  นั่นสินะ เป็นคำถามที่ชวนให้ต้องคิดตามอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะว่าใน
โลกปัจจุบัน เรากำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ
  ด้วยเงินเป็นปัจจัยหลักของทุกอย่าง  เหตุนี้งบประมาณของ
ห้องสมุดจึงกลายเป็นประเด็นหลักของการพิจารณา ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ในห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุด
มหาวิทยาลัย หรือห้องสมุดประชาชนก็ตาม  แล้วบริการของห้องสมุดก็ดูไม่มีความสำคัญเมื่อเทียบกับบริการของ
ตำรวจ หรือบริการทางสังคมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน  โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนที่ให้บริการแก่ครอบครัว
(ตัวอย่างบ้านเราเห็นได้จากห้องสมุดประชาชนที่จังหวัดระยองการช่วยเหลือคนที่ไม่มีงานทำและการช่วยหางาน
และวัสดุทางการศึกษา  ที่จริงแล้ว ห้องสมุดจะอยู่ได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของชุมชน รัฐหรือท้องถิ่น ไม่
ว่าจะเป็นห้องสมุดขนาดเล็กหรือใหญ่ล้วนต้องการจำนวนของการสนับสนุนของกลุ่มเหล่านี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

           สำหรับคลังทรัพยากรห้องสมุด เราพอจำแนกคนที่มาห้องสมุดได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นพวกที่จะเลิกซื้อหนังสือแล้ว และอีกกลุ่มเป็นพวกที่เลือกยืมบางเล่ม โดยกลุ่มแรกก็หวังให้ห้องสมุดซื้อเล่มที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะ
เป็นผู้แต่ง ประเภทของหนังสือ วารสารที่ตัวเองติดตาม  ส่วนกลุ่มหลังนั้นก็หวังให้ห้องสมุดซื้อเพิ่มเติมในส่วนที่ตัวเองไม่
ได้ซื้อหรือซื้อไม่ทัน  ส่วนในเรื่องของบริการนั้น สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องของการสืบค้นผ่านอินเทอร์เน็ต จึงจำ
เป็นต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์รวมทั้งระบบเครือข่ายไว้บริการ สำหรับเรื่องนี้คนทั่วไปก็สามารถไปใช้บริการกันได้ที่
ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ แต่พวกเขาต้องจ่ายเงินตามเวลาที่ใช้ในการสืบค้นอยู่ดี  บริการอีกอย่างหนึ่งที่ผู้คนไม่สามารถหา
ได้จากที่อื่นนอกจากที่ห้องสมุด นั่นก็คือ กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่จัดในห้องสมุดสำหรับกลุ่มวัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก
เล็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุก็ตาม 

           ดังนั้น ในความคิดของ Andy เขายังคิดว่าเรื่องงบประมาณยังไม่ใช่เรื่องปัญหาหลักที่ทำให้ห้องสมุดสามารถ
สบายไปได้เร็ววันนักหรอก แม้จะพบว่าห้องสมุดในสหรัฐอเมริกาถูกตัดงบประมาณไปค่อนข้างมากก็ตาม  
Andy ให้แนว
คิดว่าบรรดาห้องสมุดระหว่างเมือง ที่มีสาขาหรือที่ตั้งใกล้ ๆ กันอาจรวมตัวกัน และปรับการให้บริการที่สั้นขึ้นเพื่อลดการ
ใช้งบประมาณ ที่จริงแล้วเราจะพบว่าไม่มีหน่วยงานใดที่ทำงานโดยไม่หวังผลกำไรเช่นเดียวกับหน่วยงานห้องสมุด

           ท้ายที่สุด เขาบอกเราว่าโลกไม่ได้หยุดนิ่งหรอกหากปราศจากห้องสมุดประชาชน ดังนั้น สิ่งที่บรรณารักษ์ห้อง
สมุดประชาชนควรทำ นั่นก็คือการแสดงให้เห็นว่าการมีห้องสมุดนั้นช่วยทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นจริง เพราะเรามีสารสนเทศที่
ไม่จำกัด ตลอดจนทางเลือกของสิ่งบันเทิงใจไว้ให้บริการ ซึ่งเป็นความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ความรู้ และจินตนาการ ที่จะ
ช่วนให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น ตลอดจนความฝันและชีวิตในอนาคตที่ดีกว่าเดิม

          แล้วคุณล่ะคิดว่าเราในฐานะที่เป็นบรรณารักษ์ควรทำเช่นไรเพื่อให้ห้องสมุดมีชีวิตอยู่ต่อไป

 


----------------------------------------------------------------------------

 

 

www.LibrarianMagazine.com