ความสุ้ก ความสุข  
เรื่องและภาพโดย สมเกียรติ ฉัตรชื่นยศ
ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
_________________________________________

 
                                             
             
 
ทศกาลและและช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นได้เริ่มต้นจากปีใหม่และผ่านไปด้วยเวลาอันรวดเร็วจนถึงวัน
ที่เป็นวันแห่งความรัก ตัวจริง เป็นวันตัวแทนของความรัก ความสุข ซึ่งอาจจะเกิดเรื่องต่างๆ ก่อนหน้า หรือใน
ระหว่าง หรือหลังจากนี้ไปก็เป็นไปได้ตามการหมุนเวียนของเปลือกโลก และพลังงานที่ไหลเวียนไป แต่จะมีเรื่อง
ราวแห่งความสุขแบบยืนยาวหรือไม่นั้นที่เห็นๆก็น่าจะเป็น
"แฟนฉัน" ซึ่งก็คือไอ้แจ๊ค  ที่ยังเป็นตัวแทนที่โลด
แล่นบนจอแก้ว จอเงินให้เห็นและนึกถึงและคิดถึงบรรยากาศของหนังเรื่องนั้นและความสุขจากหนัง
"แฟนฉัน"
เหมือนกับมันยังอยู่อย่างนั้นไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา
             
                ความสุขในมุมของผมคือการได้ปรับ กระตุ้น เตรียมตัวเองให้รีบนอนและตื่นแต่เช้าจนเป็นนิสัยในช่วงนี้
ไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนก็ตื่นเช้า และก็เริ่มบอกกับตัวเองว่า แก่แล้วว่ะโว๊ย ฮะเว้ย สายตาก็เริ่ม ต้องปรับเพราะอาการ
สายตายาวเริ่มตามมา แต่ตื่นเช้าก็ทำให้ได้มีโอกาสกินข้าว นั่งพัก คิดถึงสิ่งที่ต้องทำและอยากทำ ได้สูดอากาศหายใจ
แบบเต็มๆ กินน้ำเต้าหู้เคล้าแสงแดดอ่อนที่มีช่วงเวลาเพียงน้อยนิด แล้วเริ่มคิดงาน

ในขณะที่มองไปที่ถนนข้างหน้าก็จะมีนักศึกษามารอใส่บาตรพระหน้าโรงอาหารนั่นเอง บางวันก็มี
ปรากฏการณ์นักศึกษากลุ่มใหญ่มารอใส่บาตรพระ ก็เป็นภาพที่น่าประทับใจ แต่บางครั้งก็เห็นนักศึกษาวิ่งตามพระ
เพื่อขอใส่บาตร บางวันพระท่านซิ่งมอเตอร์ไซต์เตรียมหนี... เอ๊ย
! กลับวัด  ก็ยังนิมนต์ให้มอเตอร์ไซต์หยุดก่อน
ไม่เช่นนั้นอาจจะเห็นการซิ่งมอเตอร์ไซต์ประกบใส่บาตรพระของนักศึกษาก็เป็นไปได้ อาเมน

                                    


                    ในบริบทและกิจกรรมของชุมชนในทับแก้วนั้น บางครั้งผมก็รับอาสา อาเจ๊ไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ
ในมุมต่างๆเหตุการณ์ ปรากฏการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ดังกล่าวหรือเป็นท่านเจ้าถิ่นที่ชอบลอยคอว่ายไปมา
ในน้ำ เป็นญาติกับพวกท่านๆๆ ที่ชอบโผล่มาหน้ารัฐสภาให้ทายเหตุบ้าน การเมืองกันเล่น

                                        
 

ท่านนี้คอยจับปลาและกวาดกินทุกอย่างเป็นนักอนุรักษ์และเก็บกวาดของเน่าเสียของธรรมชาติอย่างซื่อตรง
ต่อหน้าที่ และยังเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของทับแก้วไปอีกด้วย ศิษย์เก่าหรือใครที่เข้ามาพักผ่อนในทับแก้วก็มาเพื่อต้องการ
เห็นท่านส่วนหนึ่ง ก็น่าจะยกย่องให้ท่านเป็นครูแห่งการอนุรักษ์โดยตรง
              
                เรื่องถ่ายรูป เรื่องดูนก ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ชมรมต่างๆ น้องๆก็มีการทำกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง แต่
บรรยากาศอาจจะดูเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนกับที่น่าจะเป็น

           

แต่ในอีกทางเรื่องราวต่างๆ บริบทของนักศึกษากลับเริ่มโผล่มากขึ้นในเครือข่ายสังคมออนไลน์มากขึ้นๆ เรื่องเจ้า
แม่เครือข่ายก็คงต้องยกให้เจ๊เค้า เจ๊เค้าแน่จริงๆ ทั้ง
facebook ของตัวเองของหน่วยงาน เด็กนักศึกษาตอมกันให้หึ่ง ยังรวม
ถึงไปชุดชวน บังคับ ข่มขู่ เพื่อนร่วมรุ่น
+ญาติ+ลูกหลานให้ตามมาเป็นพวกย้อยระย้าเป็นพวง ถ้าคิดในรูป KPI คงได้ KPI
ประเภทชุดบุคคลธรรมดา ชุดครอบครับ ชุดเพื่อนเก่า มาใส่กล่องล้างน้ำใหม่ ชุดเด็กๆ

   
 
                           
      
                     เจ๊แกยังแผลงฤทธิ์ไม่หยุด จับโน่นชนนี่ จับแพะชนแกะน่าจะไปเป็น...เสียจริง เคยไปพูดให้แกฟังเรื่องการใช้

shelfari, goodreads,  librarythings  แกก็ตามไปเล่นสะโม้ด จนผมหามุขมาแทบไม่ทัน และยังสอดแทรกซึม เนียน
ชักชวนคนนั้นคนนี้
คนโน่นไม่เว้นแม้แต่เล็กเด็กแดงและเพื่อนในวงการห้องสมุด ให้มาเล่นมาแบ่งปัน และติดตามข้อมูล
หนังสือที่น่าสนใจ น่าตามอ่าน หนังสือใหม่ ที่ห้องสมุดที่มี ห้องสมุดอื่นๆ ก็น่าจะมาแชร์กันได้แบบไม่คิดดอกไม่ต้องเปีย
แต่เก็บดอกผลได้ตลอดทั้งปีทุกเวลาทุกเวลา
ทุกลมหายใจ และไม่ต้องกลัวเจ้าหรือเท้า(เล็กอวบสั้น)แชร์ อย่างเจ๊แก จะหนี
เพราะได้โชว์
face ไปทุกที่ทุกหนทุกแห่ง

           
                  แม้แต่ mashable.com ก็โชว์มาแล้วเพราะความอิจฉาน้องคนนี้ เพราะยังมีอารมณ์ของคนที่ยังไม่หมด(...)ไฟ

            

                  ตกลงแกจะตามไปแย่งซีนโดยใช้หน้าเป็นอาวุธเพราะพื้นที่หน้าอาจจะต้องจองพื้นที่หลาย
GB หรือ TB ซึ่งอาจ
จะต้องใช้เทคโนโลยี
 Cloud Computing ช่วยจัดการขยายพื้นที่และกำลังการทำงานตามที่ต้องการ
                 นี่ขนาดยุค Web 2.0 นะเจ๊แกน่าจะยังมีฤทธิ์เดชขนาดนี้ คุย คุย คุ้ย คุย คุยกันจนตัวแกกลายเป็นห้องสมุดไม่มีศาล
เอ่ยเคลื่อนที่หรือห้องสมุดคือตัวแก คุยกันใน
facebook ของห้องสมุด มีแกเป็นสัญลักษณ์เหมือนสัญลักษณ์ที่พูดถึงข้างบน...
ผมยังคิดว่าน่าจะเสนอให้แกเป็นสัญลักษณ์ของห้องสมุด facebook ของประเทศ ประเทศไทยและนี่แหล่ะเป็นการใช้พื้นที่
หน้าบานของเจ๊ได้เต็มประสิทธิภาพ ให้บานไปทั่วบ้านไม่มีฤดู ทั้งกิจกรรมภายใน และภายนอก แต่ทำงานกับแกก็มีความ
สุขสนุกตามอัตภาพ ทะเลาะด้วยความเข้าใจ งอนกันบ้าง สุดท้ายก็มีคำว่า
"ขอบคุณค่ะมาสกัดกั้นความอหังการและทิฐิทำ
ให้กลับมาทำงานร่วมกันต่อไป
                ความรู้สึกต่างๆ หลากหลายมิติ ค่อยๆเกิดขึ้น ในยุค Web 2.0 และเป็นตัวต่อเชื่อมให้เกิด Web ยุคต่อๆไป ไม่ว่าจะ
เป็น
3.0, 4.0 หรือ อื่นๆ ข้อมูลความรู้ เรื่องราว เริ่มมีความรู้สึก นึกคิด Web ในยุคต่อไป ในเทคโนโลยีการค้นหา จัดการ จะ
มีการนำมิติ ด้านอารมณ์ ความรู้สึก ความผูกพันด้านจิตใจ ความต้องการ ความเข้าใจกับเนื้อหา ข้อมูลความรู้ เกิดจากสังคม
เครือข่ายที่โยงใย
และเป็นสายใยกันอย่างฉลาด อย่างมีปฏิสัมพันธ์ของข้อมูลความรู้ของเว็บไซต์และเนื้อหาในเว็บไซต์
ผูกพันติดกันไปในรูปแบบต่างๆของเอกสาร
หรือชนิดของเนื้อหาข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เมื่อมีการถาม คน  ภาพ เสียง
VDO และอื่นๆ จะถูกเชื่อมโยงดึงออกมาเสริม ประสานเป็นความรู้และโยงใยเชื่อมโยง เป็น Web Knowledge อย่าง
สัมพันธ์กันในทางเดียวกัน
                เทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มพัฒนาปรับเปลี่ยน Web Browser กลายมาเป็นแพลทฟอร์มของระบบปฏิบัติการ เช่น
Chrome มาเป็น Chrome OS จากการสนับสนุนและพัฒนาของ Google เป็นต้น การจัดการงานทั้งหมดจะถูกย้ายการทำงาน
มาบน
Web Browser ตั้งแต่การจัดการข้อมูล ระบบ โปรแกรมต่างๆ การย้ายโลกทั้งใบของนายคนเดียว ซึ่งมีระบบในนั้น
โดยการทำงานผ่าน
Web Browser ลากๆๆแปะๆๆ ปิดๆๆ เปิดๆๆๆ แล้วห้องสมุดบนโลกนั้นจะอยู่ตรงไหนนะ แล้วข้อมูล
หนังสือ การค้นหาและจัดการจะเป็นอย่างไร
                    แต่ที่แน่ๆ ผมเห็นหน้าคนบางคนบานๆ ลอยอยู่แถวหน้านั้นเป็นหนึ่งในบรรดาคนปั่น
(ป่วน)ให้เกิดโลกของเว็บ
อีกยุคของระบบห้องสมุดขึ้น
 มีความสุ้ก .. ความสุข ครับ.