|
|
|

การใช้ Facebook ในห้องสมุดแพทย์
Use of Facebook in academic health sciences libraries
แปลและเรียบเรียงโดย
ศศิวิมล ถาวรกิจ
บรรณารักษ์หอสมุดศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล
บทนำ
โดยทั่วไปแล้วนักศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดใช้วิธีการ
ติดต่อเชื่อมโยงถึงกันเป็นสังคมเครือข่าย (social networking)
นิยมใช้ Facebook เพื่อเข้าถึงเครือข่ายออนไลน์จากทั่วโลก โดย
มีจำนวนผู้ใช้ Facebook มากกว่า 90 ล้านคนในปัจจุบัน โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในเครือข่ายทางด้านวิชาการในมหาวิทยาลัยและ
วิทยาลัย มีการพูดคุยกันผ่าน Facebook มากถึง 85% ในประเทศ
สหรัฐอเมริกา นักศึกษาแพทย์ และแพทย์ประจำบ้านของ
มหาวิทยาลัยฟลอริดาใช้ Facebook ถึง 44.5%
เมื่อห้องสมุดแพทย์ทำการสำรวจเทคโนโลยีสังคมเครือ
ข่ายเพื่อสร้างตลาดในงานบริการของห้องสมุด พบว่า Facebook
เป็นพื้นที่ที่ให้นักศึกษาพบปะกันได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและ
สื่อสารระหว่างกันได้จำนวนมาก ห้องสมุดได้ใช้ facebook เพื่อ
ตอบคำถามอ้างอิง, บริการค้นหารายการหนังสือทางออนไลน์,
และจัดเก็บทรัพยากรในลักษณะมัลติมีเดียในสังคมเครือข่ายภาย
ใน ส่วนห้องสมุดแพทย์ที่มีผู้ใช้จำนวนมากนั้น Facebook ได้
ช่วยให้เข้าถึงทรัพยากรและการเรียนการสอนได้หลายทาง ยก
ตัวอย่างเช่น การจัดการแบ่งกลุ่มผู้ใช้ด้วยตนเอง เช่น นักศึกษา
แพทย์ชั้นปี 2010, นักศึกษาเภสัชศาสตร์ เป็นต้น ทำให้สามารถ
ทำการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดียวกันได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่
ห่างไกลกัน (เช่น โรงพยาบาลที่มีการเรียนการสอน, คลินิกใน
ชนบท, ห้องปฏิบัติการวิจัยหรือทดลองของบริษัทต่างๆ)
Facebook ยังได้สนับสนุนให้ผู้พัฒนาได้สร้างการใช้ที่
ประโยชน์ทางด้านแพทย์ (เช่น การใช้การค้นใน PubMed)
กำหนดกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด (เช่น กลุ่ม Facebook ของ
สมาคมห้องสมุดแพทย์) และห้องสมุดที่ทันสมัยจากผู้โหวต
ถึงแม้ว่าจะมีวรรณกรรมมากมายที่กล่าวถึงสังคมเครือข่าย
Facebook ในหนังสือพิมพ์, นิตยสาร, และสิ่งพิมพ์ที่เป็นที่นิยม
ต่างๆ Facebook ก็ยังเป็นหัวข้อที่ไม่ค่อยพบในห้องสมุด มีการ
กล่าวถึงเพียงแค่การแนะนำการใช้และสังคมเครือข่ายโดยทั่วๆ
ไป ยังขาดบทความวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Facebook ใน
ห้องสมุด เพื่อเป็นการเติมช่องว่างในส่วนนี้ การศึกษานี้จึงออก
แบบเพื่อศึกษาขอบเขตและธรรมชาติของการใช้ Facebook ที่ใช้
ในห้องสมุดโดยเน้นเฉพาะห้องสมุดแพทย์ ประการที่สอง ผู้วิจัย
ต้องการประเมินผลในการใช้ Facebook ในห้องสมุดแพทย์
ส่วนกรณีที่มีบรรณารักษ์จำนวนมากใช้ Facebook โดยส่วนตัว
และใช้ในงาน จะไม่นำมาเป็นประเด็นในการศึกษาครั้งนี้
วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในการศึกษาการใช้
Facebook
ในห้องสมุดนั้น ผลการศึกษาที่ออกมาวิเคราะห์ได้ทั้งด้านบวกและลบ
ดังนี้ :-
ด้านบวก
Mack, Daniel et al. ศึกษาเรื่อง “Reaching
students with
Facebook: data and best practices” โดยสร้าง Facebook
ของ
ห้องสมุด Pen State University และให้บรรณารักษ์ใช้
Facebook
ที่สร้างนั้นเป็นเครื่องมือในการจัดเก็บและตอบคำถามอ้างอิงจาก
นักศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยผ่านชั่วโมงเรียนระดับปริญญาตรี
ในสาขาวิชาเฉพาะของห้องสมุดในปี ค.ศ. 2006 พบว่า ห้อง
สมุดได้รับคำถามอ้างอิงที่นับผ่านทางอีเมล์, โทรศัพท์, โปรแกรม
การสนทนา (Instant Messenger), Facebook และตัวบุคคล
จำนวนทั้งสิ้น 441 คำถาม ปรากฎว่า คำถามอ้างอิงที่มีผ่านทาง
Facebook มีมากถึง 126 คำถาม รองลงมาคือทางอีเมล์ 122 คำ
ถาม และปรึกษาบุคคล จำนวน 112 คำถาม สรุปว่า Mack และผู้
วิจัยทั้งหมดแนะนำว่า ห้องสมุดควรสร้าง Facebook
เพื่อเป็นหน
ทางที่จะได้พบผู้ใช้ที่ชื่นชอบห้องสมุดตัวจริงจำนวนมาก
Greenwell, S. และ Kraemer,
B. ศึกษาเรื่อง “. Internet
reviews: social networking software follow-up: Facebook and
MySpace (and more).” โดยดูจากกลยุทธ์ในการใช้ Facebook
ในการให้บริการห้องสมุดของนักศึกษาที่ศึกษาในชั้นเรียนที่
2011 จากบทสนทนาของนักศึกษาใน Facebook พบว่า มีคำถาม
ที่หลากหลาย และมีความเห็นว่า Facebook
เป็นสื่อหรือเครื่อง
มือประชาสัมพันธ์ของห้องสมุดที่ราคาไม่แพง แต่อาจจะยากในการประเมินผลของประสิทธิภาพในการใช้งาน
Mathews, B. S. บรรณารักษ์ให้บริการสารสนเทศที่
สถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ศึกษาเรื่อง “Do you Facebook?
: networking with students online.”
ทำการสร้าง
Facebook
ที่เรียกว่า “The GT Library”เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการให้นักศึกษา
จำนวน 1,500 คนที่ศึกษาในสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ติดต่อสื่อ
สารกับทางห้องสมุด สามารถส่งข้อมูลหรือข้อความแก่นักศึกษา
จำนวน 80 ข้อความได้ภายใน 20 นาที คำถามที่ได้รับจาก
นักศึกษาใน Facebook ได้แก่
คำถามที่เกี่ยวกับการรื้อปรับปรุง
อาคารห้องสมุดใหม่, การต่ออายุหนังสือออนไลน์, วิชาที่เปิด
สอนของห้องสมุด, ซอฟต์แวร์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ เช่น
EndNote, ซอฟต์แวร์อื่นๆ ได้แก่ AutoCAD, MATLAB
เป็นต้น
แมทธิวได้ใช้โปรแกรม Instant Messages ในการพูดคุยกับนัก
ศึกษาด้วย ทำให้เกิดความสนิทสนม เป็นเพื่อน ทำให้นักศึกษา
จำเขาได้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการประชาสัมพันธ์ห้องสมุด
มากยิ่งขึ้น
สรุปว่า แมทธิวจะยังคงใช้ Facebook
เป็นเครื่องมือสำหรับ
ห้องสมุดเพื่อติดต่อส่งข่าวสารแก่นักศึกษาต่อไป เนื่องจากเป็นเครื่อง
สื่อสารข้อมูลโดยตรงกับนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่าจริงๆ แล้ว
ห้องสมุดในความเป็นจริงนั้นเป็นเช่นใด
ด้านลบ
Charnigo, L.
และ Barnett Ellis P. ศึกษาเรื่อง “Checking
out Facebook.com: the impact of a digital trend on academic
libraries. ”
ทำการสำรวจความคิดเห็นของบรรณารักษ์ห้องสมุด
มหาวิทยาลัยฮูสตัน
(Houston Cole Library, Jacksonville State
University, Albama) ในเรื่องของการใช้ Facebook
เป็นเครือง
มือในการติดต่อกับผู้ใช้ในมหาวิทยาลัยนั้น พบว่า ผู้ที่ไม่ใช้มี
จำนวนมากถึง 54% ผู้ที่ตอบว่าไม่แน่ใจมีจำนวนถึง 34%
และตอบว่าใช้ Facebook มีเพียง 12%
เท่านั้น
สรุปว่า บรรณารักษ์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยกระตือรือร้น แสดง
ความสนใจต่อ Facebookเท่าใดนัก
Chu, M. และ Meulemans, Y. N. ศึกษาเรื่อง
“The
problemsand potential of MySpace and Facebook usage
in academic libraries.”
โดยศึกษาถึงปัญหาและความสำคัญใน
การใช้
MySpace และ Facebook
ในห้องสมุดมหาวิทยาลัย
พบว่า นักศึกษาไม่ค่อยเต็มใจที่จะใช้เท่าใดนักและมีความลังเล
ที่จะสื่อสารกับอาจารย์ผ่าน Facebook และ MySpace
และเห็น
ว่าการส่งอีเมล์ถึงอาจารย์ผู้สอนก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมเพียงพอแล้ว
ในการสื่อสารกับอาจารย์ ในส่วนของสมาคม ชมรม สโมสรของ
นักศึกษาต่างก็มีการนำเสนอผ่าน Facebook อยู่แล้ว และห้อง
สมุดเองก็มีเว็บไซต์ที่เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิ
ภาพอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมี Facebook
เพิ่มอีก
วิธีดำเนินการวิจัย
ผู้วิจัยออกแบบและสร้างแบบสำรวจเพื่อวิเคราะห์การ
ใช้
Facebook
ของบรรณารักษ์ห้องสมุดแพทย์ในมหาวิทยาลัย
ต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ประชากร
ได้แก่ บรรณารักษ์หัวหน้างานบริการสารสนเทศ หรือ
หัวหน้างานบริการทั่วไป หรือ หัวหน้าห้องสมุดแพทย์จำนวน 144 คน
คำถามที่ใช้
คือ “ห้องสมุดคุณมี
Facebook
หรือไม่?”
ถ้าผู้ตอบ ตอบว่า “มี” จะได้รับคำตอบในเรื่องของการใช้
Facebook,
อนาคตของการใช้, การสนับสนุนความคิดเห็นตอบกลับจากผู้ใช้
(Feedback),
คุณภาพของผู้นิยมใช้และความคิดเห็นต่างๆทั่วไปใน
สังคมเครือข่าย
ถ้าผู้ตอบ ตอบว่า “ไม่” หรือ “ไม่ทราบ” จะได้รับคำตอบถึง
เหตุผลในการไม่ใช้
Facebook
|
 |

_____________________________________________
ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ส่งแบบสำรวจเรื่องการใช้
Facebook โดยใช้โปรแกรม
EFM Continuum (โปรแกรมสำรวจผ่านเว็บ
ไซต์) ไปถึงบรรณารักษ์ห้องสมุดแพทย์ จำนวน 144 คน ทางอีเมล์ ใช้เวลา
ในการดำเนินการสำรวจเป็นเวลา 2 อาทิตย์ เมื่อส่งอีเมล์แล้วผ่านไป 1
สัปดาห์ จะมีอีเมล์ส่งเตือนอีกครั้งหนึ่ง โปรแกรมสามารถคำนวณผลออกมา
เป็น excel file ได้
ผลการดำเนินการวิจัย
1. ตอบแบบสำรวจ
จำนวน 144 คน
|
ตอบแบบสำรวจ |
ไม่ตอบแบบสำรวจ |
|
72 คน (50%) |
72 คน (50%) |
2.การใช้
Facebook
บรรณารักษ์ห้องสมุดที่ตอบว่าใช้
Facebook
จำนวน 72 คน
|
ไม่ได้ใช้
Facebook 61 คน (85%) |
ใช้
Facebook 9 คน (12.5%) |
|
ไม่รู้จัก
Facebook 2 คน (3%) |
วัตถุประสงค์ที่บรรณารักษ์ตอบว่าห้องสมุดใช้
Facebook
(ใช้ Facebookจำนวน
72 คน) ใน 4 อันดับแรก ได้แก่
1. เพื่อทำการตลาดของห้องสมุดและส่งประกาศข้อความต่างๆ
แก่ผู้ใช้ห้องสมุด
2.
ส่งรูปภาพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดหรือนักศึกษา
3.
นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ความเคลื่อนไหวของห้องสมุด
4. สามารถคุย
(Chat)
กับบรรณารักษ์บริการสารสนเทศ
(ผ่านโปรแกรม Instant Messages เช่น Meebo
เป็นต้น)
2.
การไม่ใช้
Facebook
บรรณารักษ์ห้องสมุดที่ไม่ใช้
Facebook
จำนวน 61 คน
เหตุผลที่บรรณารักษ์ห้องสมุดไม่ใช้
Facebook
|
จำนวน (คน) |
เหตุผลที่ไม่ใช้
Facebook |
|
22 |
ไม่มีเวลาในการจัดทำและปรับแต่ง
Facebook
|
|
17 |
เชื่อว่าได้รับประโยชน์จาก
Facebook น้อย
|
|
30 |
1. ไม่มีเวลาในการจัดทำและปรับแต่ง
Facebook
2. เชื่อว่าได้รับประโยชน์จาก
Facebook
น้อย |
|
11 |
ห้องสมุดกำลังตรวจสอบการใช้
Facebook อยู่
|
|
10 |
หมดกำลังใจในการบริหาร
Facebook หรือใช้สังคมเครือข่าย
|
|
7 |
บุคลากรขาดความรู้ในการสร้าง
Facebook
|
|
ความคิดเห็นอื่นๆ |
- ยังไม่ได้มีการพูดคุย/ตัดสินใจในการใช้
Facebook
- ยังไม่แน่ใจว่า
Facebook ใช้อย่างไร
- บรรณารักษ์แต่ละคนมีหน้า
Facebook
ของตนเองอยู่แล้ว
- บรรณารักษ์ไม่ได้คิดว่า
Facebook
เหมาะสมที่จะใช้
- ห้องสมดระดับปริญญาตรีในวิทยาเขต
ต่างๆ ก็มีหน้า
Facebook อยู่แล้ว |
Thompson, L.A. et al
แสดงความคิดเห็นในบทความชื่อ
“The intersection of online social networking with medical
professionalism
ที่ลงในวารสาร Journal of General Internal Medicine
ว่า นักศึกษาแพทย์
และ residents
ใช้เวลาในเรื่องของการเตรียมข้อมูลเพื่อประกอบการเรียน
มากกว่า ดังนั้นการใช้ Facebook
ของเขาจะลดลงไปเรื่อยๆ
สรุป
ปัจจุบัน
Facebook
ก็ยังคงถูกใช้อยู่ในห้องสมุดแพทย์ใน
มหาวิทยาลัยบางแห่ง โดยยังมีการพัฒนาขึ้นอยู่เรื่อยๆ ห้องสมุดส่วนใหญ่
ใช้ Facebook
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารมากกว่าที่จะใช้
ในการเป็นจุดสำคัญในการทำวิจัย มีห้องสมุดแพทย์จำนวนเล็กน้อยใน
ปัจจุบันที่ให้บริการพูดคุย (chat)
สอบถามกับบรรณารักษ์บริการอ้างอิง
สารสนเทศ (reference librarians)
และติดต่อสื่อสารในเรื่องของความคิด
เห็นผ่าน Facebook ถึงแม้จะสามารถแบ่งปันสื่อได้
แต่ Facebook ก็ยังไม่
ได้ถูกใช้เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่สื่อมัลติมีเดียของห้องสมุดแพทย์,
ยกเว้นรูปภาพที่มีอยู่แล้ว ในการใช้ศักยภาพอื่นๆที่ห้องสมุดแพทย์ไม่ได้ใช้
คือ การสืบค้นฐานข้อมูล, รายการบรรณานุกรม และคำอธิบายในเรื่องต่างๆ
อย่างย่อ สรุปแล้วมีการใช้ Facebook
ในห้องสมุดแพทย์ในสหรัฐอเมริกา
ประมาณ 28% เท่านั้น
ในห้องสมุดที่มีการใช้
Facebook อยู่แล้วนั้น,
โดยหลักใหญ่แล้วไม่
ได้มีความคิดถึงในเรื่องของความสำเร็จในการใช้ Facebook
ในอนาคต
ประเด็นที่ชี้ให้เห็นถึงทัศนคติหรือความคิดเห็นทั่วๆ ไปของบรรณารักษ์
เกี่ยวกับเรื่อง Facebook ได้เห็นในบทความของ
Charnigo และ Barnett-
Ellis
ผู้ที่ตอบแบบสอบถามจำนวนมากตอบว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้
Facebook เป็นหน้าเว็บเพจของห้องสมุด
ยกเว้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการ
ทำการตลาดของห้องสมุด หรือการสนับสนุนให้ทราบถึงเหตุการณ์ต่างๆ
ของห้องสมุด
ถึงแม้ว่ามีผู้ตอบจำนวนเล็กน้อยที่ตอบว่าพวกเขาไม่แน่ใจว่า
จะสร้างหน้า Facebook อย่างไร
ผู้ตอบส่วนใหญ่ตอบว่าไม่มีเวลาในการ
สร้างและบำรุงรักษาหน้า Facebook
ตามความเข้าใจที่ว่าผู้ที่ใช้ Facebook
นั้นจะต้องมีเวลาในการบำรุงรักษาและให้ดำเนินการไปได้ อย่างน้อยไม่ต่ำ
กว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
และในส่วนที่เป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับทางด้าน
แพทย์ จะมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง อาจจะมีการป้องกันการเข้าถึง
หน้า Facebook และหน้าเว็บเพจที่ใช้ในการสื่อสารทางสังคมเครือข่าย
อื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นการตัดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพประการหนึ่งของห้อง
สมุดแพทย์ไปด้วย แต่เมื่อใดที่มีระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
ในการเข้าถึง Facebook
มากขึ้น
อาจจะมีการใช้มากยิ่งขึ้นตามไปด้วยใน
อนาคต
_________________
List of
Medical / Health Sciences Libraries in Facebook.com
(48 sites)
คลิ๊ก !

_________________
Hendrix, D. et al. “Use of Facebook in
academic health sciences libraries,”
Journal of theMedical
Library Association.
97, 1
(January 2009): 44-47.
Available from :
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2605034/
doi:
10.3163/1536-5050.97.1.008.
PMCID:
PMC2605034
|
|