|
ทำไมท่านอาจารย์จึงมีแนวคิดในการทำห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์หรือ
E-Library ของสำนักงาน
กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ค่ะ
สกว.
สนับสนุนการวิจัยในแต่ละปีประมาณเกือบพันเรื่อง
จึงมีผลงานวิจัยจำนวนมากอยู่ใน
ห้องสมุดของ สกว. ซึ่งเดิมอยู่ในรูปแบบของรายงานเป็นรูปเล่ม (Hard copy)
โดยกำหนดให้นักวิจัย
จัดส่งให้ สกว. ประมาณ 10 เล่ม และ สกว.
ได้ส่งไปยังห้องสมุดของมหาวิทยาลัยในจังหวัดใหญ่ๆ
เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา แต่การกระจายความรู้ก็ยังไม่ทั่วถึง
ซึ่งเป็นการเสียโอกาสอย่างมาก
แม้แต่ห้องสมุดของ สกว. ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพ
ก็มีผู้มาเข้าใช้บริการน้อยมาก อาจประมาณได้
ว่าเฉลี่ยต่อวันมีผู้เข้าใช้ไม่เกิน 5 ราย
ด้วยเหตุนี้
แนวคิดที่จะทำให้ผลงานวิจัยมีการกระจายถึงมือผู้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดและ
เร็วที่สุดจึงน่าจะเป็นการใช้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สกว.
จึงให้พัฒนางานด้านนี้ขึ้นมา โดยขั้นแรก
มีการนำรายงานวิจัยเดิมที่มีแต่รูปเล่ม (ยังไม่มีไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
มาสแกนเป็นไฟล์ภาพ จัดเก็บลง
ในแผ่นซีดี และจัดหา Server และ Hard disks เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ในขณะเดียวกันก็ได้ กำหนดให้
นักวิจัยที่ได้รับทุนในระยะต่อมาส่งรายงานการวิจัยในแบบของรูปเล่มจำนวน
3 เล่มแทนของเดิมที่
ต้องส่ง 10 เล่ม และให้ส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์มาด้วย
ซึ่งทำให้การนำมาจัดระบบง่ายขึ้น แล้วได้
ดำเนินการด้านการเขียนโปรแกรมฐานข้อมูล การสืบค้นและพัฒนาเว็ปไซต์
เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
จากการดำเนินงานดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2551 ถึงปัจจุบัน
มีรายงานวิจัยที่ได้จัดให้
นำไปใช้ได้จำนวนเกือบ 3,000 เรื่อง และในจำนวนนี้ มากกว่าร้อยละ 90
ถูกดาวน์โหลดไปใช้
ประโยชน์ โดยมีการดาวน์โหลดมากถึง 460,000 ครั้ง สมาชิกลงทะเบียนแล้ว
37,000 คน และมีคน
เข้ามาเยี่ยมชมและค้นหาข้อมูลมากกว่า 2 แสนคน จึงจัดได้ว่าการทำ E-Library
ของ สกว. ประสบ
ความสำเร็จเป็นอย่างดี
และตอบสนองความตั้งใจในการกระจายความรู้สู่สังคมตามที่ได้ตั้งเป้าหมาย
ไว้
อยากทราบต่อไปถึงการวางนโยบายและแผนการทำ eLibrary
ว่ามุ่งเน้นประเด็นสำคัญอะไรบ้างค่ะ
การสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลดังกล่าว เป็นการสืบค้นจากคำสำคัญ (Keywords)
ซึ่งต้อง
ระบุแยกออกมาเฉพาะ เนื่องจากว่ารายงานวิจัยในช่วงแรก ๆ
มีเฉพาะรูปเล่มเท่านั้น แต่ความตั้งใจ
ของ สกว.
ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ประโยชน์คือการจัดทำระบบการสืบค้นแบบไม่จำกัด
(Full text search)
ซึ่งจะทำให้สามารถหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้นโดยสามารถค้นหาคำสำคัญจาก
เนื้อหาหรือส่วนต่าง ๆ ของรายงานได้โดยตรง
ไม่ได้จำกัดเฉพาะคำสำคัญที่กำหนดให้เท่านั้น
นอกจากนี้ สกว. กำลังเริ่มงานใหม่อีกอย่างหนึ่งคือการจัดทำระบบ E-Knowledge
หรืออาจ
เรียกเป็น Ez-Knowledge (อ่านว่า Easy Knowledge)
โดยมีแนวคิดคือการนำผลงานวิจัยแต่ละกลุ่ม
เรื่องมาแบ่งย่อยเป็นส่วน ๆ
แล้วดัดแปลงใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่อ่านเข้าใจง่ายโดยมีความยาวไม่มาก
เช่นประมาณ 1-2 หน้าต่อประเด็น และอาจมีเนื้อหามากกว่าตัวอักษร
เช่นแถบเสียง คลิปภาพ การ์ตูน
และภาพประกอบ เป็นต้น
และจัดระบบเชื่อมโยงเรื่องราวที่สืบค้นและเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น แทนที่จะ
เป็นการอ่านรายงานวิจัยแต่ละฉบับเป็นเอกเทศ อย่างไรก็ตาม
หากเนื้อหาที่ย่อยให้มีไม่เพียงพอต่อ
ความต้องการของผู้ใช้
ก็สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวรายงานการวิจัยแต่ละเรื่องได้ตลอดเวลาเพื่อ
หารายละเอียดเพิ่มเติม
จุดที่ สกว. เน้นและให้ความสำคัญคือ
ทำอย่างไรให้ความรู้ที่นักวิจัยได้เพียรพยายามสร้าง
ขึ้นมา
มีโอกาสถูกเผยแพร่และนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ท่านอาจารย์คิดว่าผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยในบ้านเราควรได้รับการเผยแพร่ในระดับใด
สกว. เอง
มีส่วนในการสนับสนุนอย่างไร
ผลงานวิจัยของนักวิจัยเมื่อทำเสร็จแล้ว ควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง
ซึ่งวิธีสากลก็คือ
การตีพิมพ์ผลงานวิจัย อย่างไรก็ตามงานวิจัยหลายชิ้น ไม่ได้นำไปตีพิมพ์
แต่อยู่ในลักษณะของราย
งานเป็นรูปเล่มและเก็บไว้ในห้องสมุดของหน่วยงาน
หากหน่วยงานไม่มีนโยบายเชิงรุกที่จะเผยแพร่
ผลงานวิจัย ก็จะทำให้ผลงานเหล่านั้น ไม่เป็นที่ทราบโดยทั่วไป
ผลก็คืองานเหล่านั้นไม่มีการนำไป
ใช้ประโยชน์ และโอกาสที่นักวิจัยอื่นจะทำซ้ำจึงมีมาก
เพราะไม่สามารถเข้าถึงรายงานวิจัยเหล่านั้น
ได้
ดังนั้น
การเผยแพร่ผลงานในวงกว้างจึงเป็นความจำเป็น งานวิจัยที่ สกว.
สนับสนุนมีหลาย
รูปแบบ
งานที่มีลักษณะเชิงวิชาการจะต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่ได้รับการยอมรับใน
ระดับสากล ส่วนงานวิจัยเชิงพัฒนา
จะต้องมีการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาในด้าน
ต่าง ๆ ดังนั้น
ช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ผลงานวิจัยเชิงพัฒนาเหล่านี้คือการใช้ประโยชน์จาก
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังที่ปรากฎในเรื่องของการทำ E-Library ของ สกว.

http://www.elibrary.trf.or.th
ในความคิดเห็นของอาจารย์ภาพของห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ทีควรจะเป็นในบ้านเราตามความคิด
เห็นของอาจารย์นั้นควรเป็นเช่นไรค่ะ
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่ควรจะเป็นในเมืองไทยคือห้องสมุดที่ง่ายต่อการเข้าถึง
มีราย
ละเอียดและเนื้อหาครบถ้วน มีระบบอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้พอสมควร
ยกตัวอย่างเช่นระบบ
ห้องสมุดของ สกว. ซึ่งพยายามอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในวงกว้าง
เช่นบางไฟล์มีเนื้อหาที่เป็น
รูปภาพมากและมีขนาดใหญ่ ทาง สกว.
ก็ได้ดำเนินการลดขนาดไฟล์ลงให้เหลือประมาณไม่เกิน
3-5 Mb เพื่อง่ายต่อการดาวน์โหลด เป็นต้น
รวมถึงความพยายามในการพัฒนาไปสู่การสืบค้นใน
ระดับเนื้อหาหรือ Full text search ในอนาคต
ปัญหาหนึ่งที่หลายหน่วยงานประสบอยู่คือเรื่องของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
หรือ
ลิขสิทธิ์ของผลงานนั้น หากไม่ชัดเจนก็อาจเกิดปัญหาได้ในอนาคต
หน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุน
การวิจัยในประเทศ
ควรมีระบบการเผยแพร่ผลงานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ซึ่งจะเป็น
ประโยชน์ในแง่ของการนำผลงานวิจัยไปใช้ และป้องกันการทำงานวิจัยซ้ำซ้อน
รวมทั้งจะช่วยให้
การต่อยอดความรู้เป็นไปได้รวดเร็วมากขึ้น
…………………………………………………………………………
*รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ที่ปรึกษา elibrary
รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนา สำนักงานกองทุน
สนับสนุนการวิจัย (สกว.)
|