นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๗ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ { กลับหน้าหลัก }

 

       
   



 
  โลกในกลุ่มเมฆ มองโลกออกจากตัว เปิดออกสู่โลกกว้าง
โดย สมเกียรติ ฉัตรชื่นยศ ศูนย์คอมพิวเตอร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร
email : somkiat@su.ac.th,
chatchu1970@gmail.com
phone: 034-255813 ext 629
 เทคโนโลยี Web 2.0 โลกแห่งการร่วมกันสร้าง และแบ่งปันความรู้ สู่การแบ่งปันและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
___________________________________________________________________
 

 

            งล้อ IT เริ่มหมุนเร็วขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ยุค  Web 2.0 หลังจากดูเหมือนจะหยุด
ไม่เคลื่อนไหวไหลเลื่อน แต่เมื่อ
Web 2.0 และแนวคิด Open Source ได้ร่วมมือกันแบบไม่ได้นัดหมายแต่มีจุด
มุ่งหมายในการสร้างเสริมโลกสารสนเทศให้ก้าวไปข้างหน้าเพราะเชื่อในพลังคนทั้งโลกที่จะช่วยกันใช้

(
ชอบของฟรี แซวๆๆ) พัฒนาต่อยอดและเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แห่งมวลมนุษยชาติ เช่น ubuntu ซึ่งเป็น linux
ตระกูล
debian ตัวหนึ่งได้ทำให้เห็น ก้าวย่างของ ubuntu นั้นน่าติดตามและได้ทำการพัฒนาเชื่อมต่อเป็น
โครงสร้างพื้นฐานหลักในการสร้างโลกสารสนเทศอย่างเป็นสำคัญและช่วยขับเคลื่อนเทคโนโลยีระบบ
ประมวลผลขนาดใหญ่อย่างไม่มีขอบเขต เช่น
Cloud Computing หรือระบบประมวลผลกลุ่มเมฆ เป็นต้น
ที่ต่อไปผู้คนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระบบที่ตนเองกำลังทำงานอยู่นั้น ตัวระบบจริง เสียงจริงที่จับต้องได้ตั้ง
อยู่ที่ใด รู้แค่เพียงว่าต้องการใช้ทรัพยากรเท่าที่ต้องการ ใช้ซอฟต์แวร์เท่าที่จำเป็น ก็เพียงพอ
 

            กลับไปอีกส่วนหนึ่งของโลกอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่เจ้าโลกแห่งการค้นหาข้อมูลอย่าง Google กำลัง
เริ่มหาเรื่องหาราวใส่ตัวโดยทำให้คนเกือบทั้งโลกต้องกังขาและใจจดจ่อ เพราะริเริ่มการทำการสแกน

และดิจิไตซ์หนังสือที่ลิขสิทธิกำลังหมดลง หรือหนังสือหายากจากที่ต่างๆหลายที่เป็นโครงการยักษ์มหึมา
ที่วงการที่เกี่ยวข้อง เช่นห้องสมุด ต้องหันมาสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเมื่อ กูเกิลกำลังจะครอบครอง
จำนวนหนังสือ และเอกสารต่างๆมหาศาลในโลก แล้วยัง
Amazon เจ้าแห่งร้านซื้อขายหนังสืออนไลน์ที่เมื่อ
ไหร่เราหาหนังสือเป็นต้องมี
linkไปที่ Amazon นอกจากสองเจ้านี่แล้วยังมีที่อื่นๆที่กำลังทำสิ่งที่คล้ายกัน
ทำให้โลกของข้อมูลข่าวสารกำลังเจริญเติบโตมากขึ้นๆ แล้วจะทำอย่างไรกับการประมวลผลในการค้นหา
ข้อมูล และเนื้อที่เก็บข้อมูลดิจิตอลดังกล่าวและหลากหลายชนิด อีกทั้งซอฟต์แวร์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ
ข้อมูลต่างๆ ทั้งการเก็บ ค้นหา และเรียกอ่านหนังสือหรือวารสาร หรือข้อมูลชนิดอื่นๆจำนวนมากขนาดนี้ได้
อย่างรวดเร็ว ผิดพลาดน้อยที่สุด จะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
 

            Google นั้นมีเทคโนโลยีเบื้องหลังที่พัฒนาขึ้นเองทั้งฮาร์ดแวร์ ที่ใช้เทคโนโลยีคลัสเตอร์และกริด
ที่ใช้ต่อเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนหลายหมื่นเครื่องเข้าเป็นเหมือนเครื่องเดียวกัน และมีการจัดการฐาน
ข้อมูลขนาดใหญ่มากมากที่ต้องให้บริการได้ตลอดเวลาแถบจะไม่มีเวลา
down time คือหยุดไม่ได้ต้องมี
ระบบตายระบบแทนอยู่ตลอดเวลา
Amazon ก็คงไม่แตกต่างกันเพราะไม่มีหน้าร้านขายและส่งหนังสือ
การทำการค้นหา การสั่งซื้อหนังสือ
24 ชั่วโมง 7 วัน หยุดไม่ได้ เทคโนโลยีที่นำมาใช้งานสนองตอบสิ่งเหล่า
นี้คืออะไร ก็น่าจะไม่พ้นเทคโนโลยีเฉกเช่นเดียวกับกูเกิลเท่าใด
 

            เทคโนโลยี cloud computing เป็นเทคโนโลยีที่เริ่มการพัฒนาเพื่อตอบสนองสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น
และด้านอื่นๆอีกมาก การเริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมากของทุกค่ายยักษ์คอมพิวเตอร์ ยักษ์สีฟ้า
- IBM
ยักษ์ใหญ่ดวงอาทิตย์
SUN ยักษอื่นๆ แม้แต่ Amazon ก็สร้างและให้บริการ Cloud Computing ที่เรียก
ว่า
Amazon EC2  และระบบแห่งมนุษยชาติ ubuntuได้หันมามีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี Cloud
Computing
แบบ Open Source ชื่อ Eucalyptus ที่เข้ากันได้และพัฒนาร่วมกันกับ Amazon ทำให้สามารถ
สร้างระบบ
Cloud Computing ได้เอง และย้ายไปมาได้ของระบบงานต่างๆ ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการและ
รวมถึงระบบงาน และรวมถึงระบบเครือข่ายที่ทำงานได้จริงทั้งระบบ จะถูกย้ายจากเครื่องจริงที่จับต้องได้
มาอยู่บนระบบประมวลผลแบบกลุ่มเมฆนนี้ได้อย่างง่ายดาย    ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีทรัพยากร
น้อยที่ต้องการนำทรัพยากรมาใช้อย่างคุ้มค่าและแบ่งปันกันโดยเสมือนไม่มีขอบเขต
 

            Amazon นั้นได้เริ่มให้บริการเกี่ยวกับการจัดการหนังสือและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่บริการค้นหา
จนถึงสั่งซื้อหนังสือ บริการเหล่านี้ได้ถูกจัดทำขึ้นในรูปแบบซอฟต์แวร์ ที่เรียกว่า
web services เป็นซอฟต์
แวร์บริการที่ทำงานกับข้อมูลที่
Amazon ให้บริการทั้งที่ไม่คิดสตางค์ และคิดสตางค์ หรือมีการคิดตาม
จำนวนข้อมูลหรือจำนวนครั้งในการค้นหาข้อมูล โดยที่เว็บไซต์ใดๆสามารถเรียกหา ใช้ข้อมูลผ่าน
web
service
ของ amazon ทำให้ข้อมูลถูกเรียกไหลมาปรากฏหรือใช้งานต่อไปบนหน้าเว็บไซต์นั้นๆได้เลย
โดยที่ไม่ต้องก็อปปี้ข้อมูลแล้วส่งเป็นไฟล์ไปมาด้วยอีเมลล์แต่อย่างใด 

              แนวคิดแบบนี้ยังขยายออกไปจนเป็นการให้บริการโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ทั้งโปรแกรมหรือทั้ง
ระบบ เรียกว่า
Software as a Service คือการเรียกใช้ซอฟต์แวร์เท่าที่จำเป็น ซึ่งกูเกิลก็เป็นยักษ์พี่ใหญ่ที่ให้
บริการทำนองนี้และยังให้บริการด้าน
Social Software เช่น Gmail, Picasa, Google Doc, Google Calendar
และ อื่นๆ โดยที่เราสามารถสมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์นั้นและเข้าใช้งานหรือเรียกใช้งานโปรแกรมหรือ
ซอฟต์แวร์ที่ต้องการ เช่นการเป็นสมาชิก
Google และเลือกใช้โปรแกรมหรือเข้าใช้โปรแกรม Gmail หรือเข้า
ใช้โปรแกรมอื่นๆเป็นตัวไป โดยถ้าเทียบกับการที่เราต้องติดตั้งชุดโปรแกรมจัดการเอกสารก็จักต้องติดตั้ง
โปรแกรมเป็นชุดและอีกอย่างคือการที่ไม่สามารถทำงานแบบออนไลน์ได้ คือไม่สามารถทำงานจากที่ใดใน
โลกก็ได้ โดยทำงานผ่าน
web browser  แนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันโลกของเครือข่ายออนไลน์
ทำให้เกิดแนวคิดในการนำโปรแกรมมาทำงานข้ามระบบเว็บไซต์ และเกิดขึ้นกระจายไปทั่วทุกระแหงของ
เว็บไซต์ดังในตอนนี้ เช่น
facebook, twitter เป็นต้น


           
เทคโนโลยีหนึ่งในส่วนของ cloud computing ที่จะทำให้เห็นภาพของการสร้างโลกของการแบ่งปัน
และการเคลื่อนย้ายโลกสารสนเทศที่ไม่เพียงแต่เคลื่อนย้ายข้อมูลแต่เคลื่อนย้ายทั้งระบบ ทำสำเนาทั้งระบบ
และกาารดูแลระบบทั้งเครือข่ายอย่างเป็นระบบ คงไม่พ้นเทคโนโลยี
Virtualization หรือ บางท่านเรียก
จักรกลเสมือน ลองลับตานึกถึงภาพโลกในหนังเรื่อง
Metrix ที่พระเอกเดินทางจากโลกเสมือนโลกหนึ่งไป
อีกโลกหนึ่งได้ ถ้าใครเคยได้ได้ยินหรือเล่น
Second Life เป็นการสร้างโลกเสมือนซึ่งทำงานด้วยการสนับ
สนุนของ
Amazon การเคลื่อนย้ายและทำสำเนาโลกสารสนเทศทั้งโลกจะอยู่เพียงแค่คลิกๆแล้วก็คลิก
ลากๆๆ แปะๆๆ แล้วก็สร้างและสั่งให้ทำงาน แล้วเกิดอะไรขึ้นมาบ้างกับเทคโนโลนีที่เกี่ยวข้องที่กล่าวมา
ข้างต้น

 

              Suse เป็น Linux ยี่ห้อหนึ่งที่เปิดตัวเว็บไซต์ Suse Studio ที่ให้บริการการสร้างระบบปฏิบัติการ
ตามความต้องการของผู้ใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยให้เลือกซอฟต์แวร์ที่ต้องการ ตั้งแต่ส่วนที่จำเป็นของ
ระบบปฏิบัติการที่กำหนดได้ทั้งขนาด ทั้งเลือกซอฟต์แวร์ที่ต้องการ เช่น ถ้าต้องการทำระบบให้เป็น
Web
Server
ก็เลือก apache และ module ที่เกี่ยวข้อง เลือกระบบฐานข้อมูลที่ต้องการ เช่น MySQL , PostGresql
เป็นต้น และตัวอื่นเท่าที่จำเป็น และยังสามารถตั้งค่าเริ่มต้นตั้งแต่ ค่าของผู้จัดการระบบ คือ admin และ
password
และสร้าง username อื่นๆได้อีกและยังกำหนดชื่อเครื่อง และ ip address และการเปิดบริการอื่นๆ
เช่น
ftp เป็นบริการเคลื่อนย้ายไฟล์เป็นต้น เมื่อเสร็จแล้วระบบจะถามให้เริ่มสร้างแล้วระบบจะสร้างไฟล์
image
คือ .iso ให้ เมื่อเสร็จแล้วจะส่งเมลล์ที่มีลิงค์มาให้แล้วผู้ใช้สามารถตามลิงค์ไปเพื่อ download ไฟล์
.iso
นั้นมาที่เครื่องแล้วทำการ burn หรือ write ลงแผ่น cd และนำไปใช้งานได้ต่อไปเลย โดยมีระบบที่สร้าง
ขึ้นมาตามความต้องการไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรอีก เป็นระบบปฏิบัติการพร้อมใช้งานตามที่ต้องการ ยังมี
การบริการระบบสำเร็จรูปและเป็นระบบที่ติดตั้งและทำงานบนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น
usb เป็นต้น โดย linux
หลายยี่ห้อก็สามารถทำให้
usb drive ไม่ว่าจะเป็น usb external harddisk จนถึง usb drive ตั้งแต่ 2 GB, 4GB
ขึ้นไปสามารถติดตั้งและเรียกระบบขึ้นมาทำงานได้ทำให้ไม่ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ในการทำงาน ทำให้เห็น
ภาพของการนำโลกส่วนตัวติดกระเป๋าไปได้ทุกที่และมีระบบที่มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ต้องการ
และย้ายไปทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ใดที่บูทด้วย 
usb ได้


รูปหน้าเว็บไซต์
SUSE Studio



 


รูปหน้าเว็บที่ให้เริ่มสร้างระบบปฏิบัติการเอง  
รูปหน้าเว็บที่ให้ผู้ใช้เลือกโปรแกรมหรือSoftware
ที่ต้องการ


รูปหน้าเว็บที่ให้เริ่มสร้างระบบปฏิบัติการ
(OS) พร้อมโปรแกรมที่เลือก ให้สร้างเป็น image file
ที่จะนำไปใส่หรือติดตั้งใน
usb หรือ harddisk
และเริ่มทำงานได้เลย
 


 

                 ยังมี เว็บไซต์ชื่อ OpenQRM ที่ให้บริการและมีทั้งส่วนทดลองและส่วนที่เป็นโลก Open Source
ที่สามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อยอดได้เองในการทีเราสามารถเข้าไปสร้างระบบการทำงานคล้ายกับที่
Suse Studio ทำ แต่เว็บไซต์นี้มีส่วนทำงานการสร้างระบบแบบที่สะดวกต่อผู้ใช้คือการลากและปล่อยส่วน
ของโปรแกรมที่เลือกมาวางไว้ที่แบบจำลองระบบ โดยยังสามารถเลือก ระบบปฏิบัติการที่ต้องการ เช่น
ubuntu เป็นต้น เลือกขนาด ฮาร์ดิสก์ จำนวน cpu จำนวน RAM การ์ดแลน และเมื่อกดปุ่ม publish
ระบบเว็บไซต์หรือความจริงคือระบบcloud computing โดยเทคโนโลยี Virtualization จะสร้างระบบที่ต้อง
การ จัดหาแบ่งปันจำนวนและเนื้อที่บนระบบ cloud computing ให้ และสั่งให้ระบบที่สร้างทำงานโดยฝังตัว
ทำงานบนสภาพแวดล้อม cloud computing แต่ระบบอยู่ในรูป Virtual Machine หรือ จักรกลเสมือน ที่รับ
คำสั่งเปิดปิดการทำงานผ่านหน้าเว็บ การทำงานกับระบบผ่านหน้าเว็บได้เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่ง
Google Chrome ที่เป็นเว็บบราวเซอร์พัฒนาโดย กูเกิล ก็กำลังถูกพัฒนาเป็นระบบปฏิบัติการ ที่เรียกทั่วไป
แบบนี้ว่า Web OS ทำให้ต่อไปอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ สามารถที่จะเรียก
ระบบปฏิบัติการผ่านเว็บบราวเซอร์ และทำงานบนระบบที่ได้สร้างและมีสภาพแวดล้อมตามต้องการ
และทำงานจากที่ใดก็ได้เพียงแค่ access หรือใช้เพียงเว็บบราวเซอร์เรียกและติดต่อไปยังระบบบนที่ใด
ที่หนึ่งใน ระบบ cloud computing โดยผ่านชื่อ URLหรือ IP ทำให้เราไม่ต้องมีการเคลื่อนย้ายทรัพยากร
สารสนเทศอื่นๆติดตัว และคงไม่มีการหลงทางเพราะเราแค่รู้เพียง URL หรือ IP และหน้าเว็บบราวเซอร์
ที่รู้จักก็เพียงพอ และยังทำงานผ่านมือถือหรืออื่นๆได้อีก

                ลองฝันเฟื่องอีกสักนิดถ้าระบบที่สร้างขึ้นสำเร็จรูปสามารถทำสำเนาและเคลื่อนย้ายไปที่ใด
ในระบบกลุ่มเมฆ และเปิดให้บริการเพียงสั่งให้ทำงานผ่านบราวเซอร์จากที่ใดก็ได้ พร้อมระบบการจัดการ
ถ้าเป็นระบบห้องสมุดคงไม่ใช่เพียงแต่เคลื่อนที่ แต่จะมีการเคลื่อนไหวและเคลื่อนไหลไม่เพียงข้อมูลแต่
เป็นโลกการให้บริการทั้งโลก ถ้าเป็น Second Life เราน่าจะได้เห็นห้องสมุดทับแก้ว ไปเปิดใกล้ๆกับ
ห้องสมุดบางเขน และเดินทะลุกันได้ไปถึงห้องสมุดเชียงใหม่ และที่อื่นๆ โดยผู้ใช้สามารถเดินเลือก
ค้นหา หยิบยืมหนังสือในโลก 3 มิติ หรือผ่านหน้าเว็บไซต์ที่ให้บริการงานห้องสมุด การหยิบ ยืม คืน และ
งานต่างๆ ของห้องสมุดจะถูกผู้ใช้เดินหยิบ เลือก เหมือนการชอปปิ้งบริการของห้องสมุดแต่เลือก และ

อาจจะรวมเป็นแพคเกจ

 

                 ระบบโปรแกรมการสืบค้นจะทำได้เพียงแต่ลากบริการต่างๆ ที่เป็นบริการแบบ web service
มาต่อกัน ทำให้การค้นหาเอกสารที่ต้องการ ได้ผลลัพธ์จากห้องสมุดบนระบบเดียวพร้อมๆกัน การแบ่งปัน
ข้อมูลต่างๆจะถูกนำมารวมกันจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ให้บริการ web service เช่นกัน google,
amazon และเว็บไซต์อื่นๆ จะนำเสนอบริการ และข้อมูลหนังสือและเอกสารข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการผ่าน
การเดินชอปปิ้ง และใช้บริการระบบห้องสมุดรวมบนระบบจักรกลเสมือนนี้ การผุดโผล่ของระบบห้องสมุด
บนเครือข่ายลอยฟ้าเหนือโลกนี้จะเกิดเป็นกลุ่มก้อน ทำสำเนาได้ทั้งระบบ สำเนาเฉพาะส่วนจักรกล
เบื้องหลัง หรือสำเนา หรือส่งบริการบางส่วนระหว่างระบบบนกลุ่มก้อนเมฆเหล่านี้ และเมื่อรวมตัวกันเข้า
แล้ว ฝนแห่งความรู้ และบริการบวกระบบการทำงานขนาดที่ไม่สามารถประเมินได้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และชุ่มฉ่ำจนทำให้น่าจะเกิดโลกแห่งการสร้างสรรค์ต่อยอดจากโลกการแบ่งปันที่เกิดโดยเทคโนโลยียุค
Web 2.0 กับ Open Source ต่อจากนี้ไป (ตื่นๆๆ)

                 เมื่อเทคโนโลยีพร้อม ความรู้มีการแบ่งปัน จะมีการเริ่มสร้างสรรค์ในการแข่งกันคิด และ
ใช้ทรัพยากรสารสนเทศอย่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น จะทำให้คนน่าจะเริ่มมองออกจากตัวเองไปสู่สังคม
แห่งการเรียนรู้ที่ท้จริง เพราะโลกของระบบแบบกลุ่มเมฆและอื่นๆที่จะเกิดต่อไปนั้นต้องการการเปิด
ระบบเพื่อนำมาต่อกันในทุกส่วน โลกที่ยิ่งใหญ่ที่เห็นเพียงแค่ตรงหน้าจะถูกลบเส้นขอบแบ่งกันเขตออกไป
ระบบต่างๆทั้งใหญ่เล็ก จะสามารถนำมาต่อเชื่อมกันเป็น World Wide Computer จากระบบประเทศ หรือ
ระบบองค์กรโดยที่ระบบเครื่องทางกายภาพจะถูกนำมาต่อเชื่อมด้วยระบบการประมวลผลในระดับต่างๆ
เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นๆ การลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ไม่ใชเรื่อง
ใหญ่อีกต่อไป แต่การทำงานร่วมกัน ประสานงานกันทั้งระบบด้วยกลไกของระบบสารสนเทศแบบแบ่งปัน
เกื้อกูล และจัดสรรตามความต้องการที่เป็นจริงจะเป็นตัวกลางในการดึงทรัพยากรจากทุกแหล่งมาใช้งานได้
อย่างยั่งยืน และตอบสนองการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิด creativity technology นั้นเป็นสิ่งที่ต้อง
ช่วยกันขบคิดกันและช่วยกันลงมือปั้น ขยำ ปรุงรสและสร้างกันต่อไป สาธุ
 

       
      นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๗ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ { กลับหน้าหลัก }