LIBRARIANMAGAZINE.COM

 
 นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒
 

     

 

 
เรื่องแปล : บรรณารักษ์คิดบวก
โดย พิมล เมฆสวัสดิ์

                ในช่วงตอนนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ คนในทุกวงการไม่เว้นแม้แต่ในวิชาชีพห้อง
สมุดกำลังปรับตัวอย่างรวดเร็วตามสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น การทำโครงการที่ประหยัดเงินหรือแทบไม่ต้องใช้เงิน โดย
สามารถคิดและทำด้วยตัวเอง

                 ห้องสมุดหลายแห่งทำกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเป็นการมองไปข้างหน้า บรรณารักษ์ถูกคาดหวังว่า
จะต้องทำงานให้มากขึ้น พร้อมกับทรัพยากรที่ลดลง เราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงระยะเวลาที่นานขึ้น แล้วก็ต้องคิดถึง
บริการในเชิงรุกให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน รวมถึงการทำและบริหารโครงการโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มคน
แล้วมันเป็นการเพิ่มภาระงานหรือไม่ คำตอบก็คือใช่แน่นอน หลายคนตระหนักว่าปัจจุบันผู้ที่ปฏิบัติในแถวหน้าจะได้รับการ
พิจารณาเมื่อผ่านงานที่ยาก ๆ ไปได้ และบริการเพิ่มเติมแบบใดจึงจะสามารถตอบสนองผู้ใช้จำนวนมากขึ้นที่ต้องการความ
ช่วยเหลือล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว นักศึกษาสาขาบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์จะทำอย่างไรจึงจะสนองตลาดงานแบบนี้
ได้

                 ในขณะนี้มีการเปิดสอนวิชา Library 2.0 และเทคโนโลยีการสร้างเครือข่ายสังคม โดยนักศึกษาจะได้รับการ
สนับสนุนให้ทดลอง เล่น และคิดเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการปรับปรุงบริการในโลกที่เปลี่ยนไป คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยนัก
ศึกษาในตลาดงานได้ไม่มากก็น้อย

                 1. ทำปัญหาให้เป็นโอกาส ให้พิจารณาประเด็นที่มีผลกระทบต่อห้องสมุดในขณะนี้ เช่น เศรษฐกิจ อุปกรณ์
แปลงผันใหม่ๆ และ digital streaming and download ให้ดูว่านักคิดเชิงนวัตกรรมทำได้อย่างไรโดยไม่เจอกับปัญหา

                 2. อย่าหยุดยั้งที่จะเรียนรู้ ทีละน้อย ค่อยๆ เรียนรู้ ผ่านการสะดุดและความสำเร็จ วิธีการกำหนดปัญหาและ
ค้นพบวิธีแก้ไขผ่านทางหลักฐานและความคิดของตนเอง หากสามารถเขียนเรื่องราวบน Facebook ได้ จากนี้ก็จะสามารถ
เขียนลงบนสื่อใด ๆ ก็ได้

                 3. อยากรู้อยากเห็น เซ็ธ โกดิน (Seth Godin) กูรูด้านการตลาดแนะนำว่า “การอยากรู้อยากเห็นหมายถึง
การสำรวจตั้งแต่แรก” ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ๆ ควรเน้นที่ลักษณะแบบนี้ และให้ใส่ไว้ในใบสมัครงาน โดยอาจเขียนว่า “ฉัน
อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการที่ห้องสมุดและบรรณารักษ์สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงโลก อย่างน้อยผู้ใช้ห้องสมุดหนึ่งคนก็ได้”

                4. มุ่งเน้นที่ใจ ไม่ว่าจะหางานได้หรือไม่ ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ควรจำไว้ว่าต้องมุ่งเน้นที่ตัวมนุษย์ แคเร็น
ชไนเดอร์ (Karen Schneider) เตือนเราว่า “ผู้ใช้คือดวงอาทิตย์” หากเราสามารถช่วยเหลือผู้ใช้ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดได้ ความ
ต้องการสารสนเทศที่พึงใจ หรือช่วยเหลือเรื่องการเชื่อมต่อทางสังคม นั่นก็หมายความว่าเราเข้าถึงใจได้แล้ว


                ผู้บริหารห้องสมุดกำลังต้องการจ้างคนที่ไม่ใช่มีแค่ความเข้าใจเชิงปรัชญาที่ดีเกี่ยวกับบทบาทและจุดมุ่งหมาย
ของห้องสมุดเท่านั้น แต่ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับงานบริการลูกค้าที่ต่อเนื่องด้วย บรรณารักษ์ไม่ใช่แค่อ้างกฎ 5 ข้อของแรง
กานาธาน (Ranganthan’s five laws) เท่านั้น ยังต้องเข้าใจการบริการลูกค้าและยินดีที่จะทำทุกอย่างที่โถมเข้าหาตัว ไม่ว่า
การนำหนังสือขึ้นชั้น การจำหน่ายออก การทำงานเสมียน หรือการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง นั่นก็คือการปรับตัวได้ง่ายและมี
ความยืดหยุ่น ให้ช่วยเหลือที่คุณจะช่วยได้และสนองความต้องการของผู้ใช้

                บรรณารักษ์และผู้บริหารควรมีความจริงใจและเปิดกว้างกับบรรณารักษ์ใหม่ บ่อยครั้งเรามักคล้ายกับพยายาม
ทำทุกอย่าง และทุกอย่างที่ทำก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งบางครั้งมันไม่ใช่ เราควรเรียนรู้จากความพยายามเหล่านี้และทำให้ดี
ขึ้น โดยเฉพาะบรรณารักษ์ใหม่นั้นต้องการการสนับ สนุนที่จริงใจ ไม่ใช่เรื่องเล่าเพ้อฝันของอดีตยุคก่อน ๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แปลและเก็บความจาก Casey, Michael and Stephens, Michael. (2009, 15 May). Reasons for Optimism. Library Journal.  

LIBRARIANMAGAZINE.COM