ในช่วงตอนนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ
คนในทุกวงการไม่เว้นแม้แต่ในวิชาชีพห้อง
สมุดกำลังปรับตัวอย่างรวดเร็วตามสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น
การทำโครงการที่ประหยัดเงินหรือแทบไม่ต้องใช้เงิน โดย
สามารถคิดและทำด้วยตัวเอง
ห้องสมุดหลายแห่งทำกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์
เพื่อเป็นการมองไปข้างหน้า บรรณารักษ์ถูกคาดหวังว่า
จะต้องทำงานให้มากขึ้น พร้อมกับทรัพยากรที่ลดลง
เราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงระยะเวลาที่นานขึ้น แล้วก็ต้องคิดถึง
บริการในเชิงรุกให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
รวมถึงการทำและบริหารโครงการโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มคน
แล้วมันเป็นการเพิ่มภาระงานหรือไม่ คำตอบก็คือใช่แน่นอน
หลายคนตระหนักว่าปัจจุบันผู้ที่ปฏิบัติในแถวหน้าจะได้รับการ
พิจารณาเมื่อผ่านงานที่ยาก ๆ ไปได้
และบริการเพิ่มเติมแบบใดจึงจะสามารถตอบสนองผู้ใช้จำนวนมากขึ้นที่ต้องการความ
ช่วยเหลือล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว
นักศึกษาสาขาบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์จะทำอย่างไรจึงจะสนองตลาดงานแบบนี้
ได้
ในขณะนี้มีการเปิดสอนวิชา Library 2.0
และเทคโนโลยีการสร้างเครือข่ายสังคม โดยนักศึกษาจะได้รับการ
สนับสนุนให้ทดลอง เล่น
และคิดเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการปรับปรุงบริการในโลกที่เปลี่ยนไป
คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยนัก
ศึกษาในตลาดงานได้ไม่มากก็น้อย
1. ทำปัญหาให้เป็นโอกาส
ให้พิจารณาประเด็นที่มีผลกระทบต่อห้องสมุดในขณะนี้ เช่น เศรษฐกิจ
อุปกรณ์
แปลงผันใหม่ๆ และ digital streaming and download
ให้ดูว่านักคิดเชิงนวัตกรรมทำได้อย่างไรโดยไม่เจอกับปัญหา
2. อย่าหยุดยั้งที่จะเรียนรู้ ทีละน้อย
ค่อยๆ เรียนรู้ ผ่านการสะดุดและความสำเร็จ วิธีการกำหนดปัญหาและ
ค้นพบวิธีแก้ไขผ่านทางหลักฐานและความคิดของตนเอง
หากสามารถเขียนเรื่องราวบน Facebook ได้ จากนี้ก็จะสามารถ
เขียนลงบนสื่อใด ๆ ก็ได้
3. อยากรู้อยากเห็น เซ็ธ โกดิน (Seth Godin)
กูรูด้านการตลาดแนะนำว่า “การอยากรู้อยากเห็นหมายถึง
การสำรวจตั้งแต่แรก” ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ๆ ควรเน้นที่ลักษณะแบบนี้
และให้ใส่ไว้ในใบสมัครงาน โดยอาจเขียนว่า “ฉัน
อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการที่ห้องสมุดและบรรณารักษ์สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงโลก
อย่างน้อยผู้ใช้ห้องสมุดหนึ่งคนก็ได้”
4. มุ่งเน้นที่ใจ ไม่ว่าจะหางานได้หรือไม่
ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ควรจำไว้ว่าต้องมุ่งเน้นที่ตัวมนุษย์ แคเร็น
ชไนเดอร์ (Karen Schneider) เตือนเราว่า “ผู้ใช้คือดวงอาทิตย์”
หากเราสามารถช่วยเหลือผู้ใช้ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดได้ ความ
ต้องการสารสนเทศที่พึงใจ หรือช่วยเหลือเรื่องการเชื่อมต่อทางสังคม
นั่นก็หมายความว่าเราเข้าถึงใจได้แล้ว
ผู้บริหารห้องสมุดกำลังต้องการจ้างคนที่ไม่ใช่มีแค่ความเข้าใจเชิงปรัชญาที่ดีเกี่ยวกับบทบาทและจุดมุ่งหมาย
ของห้องสมุดเท่านั้น
แต่ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับงานบริการลูกค้าที่ต่อเนื่องด้วย
บรรณารักษ์ไม่ใช่แค่อ้างกฎ 5 ข้อของแรง
กานาธาน (Ranganthan’s five laws) เท่านั้น
ยังต้องเข้าใจการบริการลูกค้าและยินดีที่จะทำทุกอย่างที่โถมเข้าหาตัว
ไม่ว่า
การนำหนังสือขึ้นชั้น การจำหน่ายออก การทำงานเสมียน
หรือการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง นั่นก็คือการปรับตัวได้ง่ายและมี
ความยืดหยุ่น ให้ช่วยเหลือที่คุณจะช่วยได้และสนองความต้องการของผู้ใช้
บรรณารักษ์และผู้บริหารควรมีความจริงใจและเปิดกว้างกับบรรณารักษ์ใหม่
บ่อยครั้งเรามักคล้ายกับพยายาม
ทำทุกอย่าง และทุกอย่างที่ทำก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งบางครั้งมันไม่ใช่
เราควรเรียนรู้จากความพยายามเหล่านี้และทำให้ดี
ขึ้น โดยเฉพาะบรรณารักษ์ใหม่นั้นต้องการการสนับ สนุนที่จริงใจ
ไม่ใช่เรื่องเล่าเพ้อฝันของอดีตยุคก่อน ๆ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แปลและเก็บความจาก
Casey, Michael and Stephens,
Michael. (2009, 15 May). Reasons for Optimism. Library Journal.