LIBRARIANMAGAZINE.COM

 
 นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒

 

  
    
ิพิธภัณฑ์รองเท้าที่เมืองมาริกีน่า
เรื่องและภาพโดย " กาลเวลา "
 
 
  
  
            
                มื่อได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ และต้องไปพักในเขตเมโทรมะนิลา
ผู้เขียนก็เริ่มพยายามค้นหาดูว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวทีไหนน่าหาโอกาสแวไปเที่ยวได้บ้าง แล้วก็พบว่ามี
พิพิธภัณฑ์รองเท้า ( MUSEO NG SAPATOS-Shoe Museum  ) ที่เมืองมาริกีน่า ( Marikina ) ก็น่าสนใจ
ดีเหมือนกัน

               ทันทีที่รถไปจอดอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ คิดจะบอกคนขับแท็กซี่ให้รอก่อน เพราะดูความใหญ่โต
ของพิพิธภัณฑ์แล้ว คงใช้เวลาเดินดูไม่นานนัก  แต่พอรู้ว่าเค้ารอได้ นานแค่ไหนก็รอได้ แถวนี้ไม่ค่อยมี
แท็กซี่นะครับ ผมคิดชั่วโมงละ ๓๐๐ เปโซเท่านั้น
( ประมาณสองร้อยสี่สิบบาท) ก็รู้ว่าเป็นความคิดที่แพง
เกินไป  ส่วนความคิดแรกก็ผิดอีก เพราะใช้เวลาเดินชม ถ่ายรูป ฟัง
Ms. Marite Mendoza เล่าเรื่องราวความเป็นมา และเรื่องอื่นๆได้อย่างเพลิดเพลินเกินชั่วโมง !  
 



Ms. Marite Mendoza เป็นผู้ดูแลเพียงคนเดียว
เธอทำหน้าที่ทันทีเมื่อใครก้าวพ้นประตูพิพิธภัณฑ์
เข้าไป เริ่มตั้งแต่ส่งรอยยิ้มให้ และขอเก็บเงินค่า
เข้าชมที่โต๊ะไม้เล็กๆ คนละ ๒๐ เปโซ
 (เป็นเงิน
บาทก็ประมาณ ๑๖ บาทเท่านั้น
) ต่อจากนั้นเธอ
ก็จะเดินตามเราไป พาชมพิพิธภัณฑ์ เล่าเรื่อง
ราวความเป็นมาเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่าง
ละเอียด เนื่องจากโบชัวร์หมด
!

ได้ความย่อๆว่า 
" เมืองมาริกีน่า เป็นเมืองที่มีชื่อ
เสียงในการผลิตรองเท้าของฟิลิปปินส์ เมื่อรวม
เข้ากับความหลงใหลในการชอบซื้อรองเท้าของ 
นางอีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมาย
เลข ๑ ของฟิลิปปินส์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงถูกก่อ
ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. ๒๐๐๑ โดย นางอีเมลดา
มาร์กอส ได้มอบรองเท้าจำนวน ๗๕๘ คู่ ของเธอ
( จากจำนวนทั้งหมดกว่า ๓๐๐๐ คู่ ! แต่ละคู่ราคา
ไม่ต่ำกว่า ๓
,๕๐๐ เปโซ) เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์รองเท้าขึ้นที่เมืองนี้ "

" ต่อมาเราก็เริ่มรวบรวมรองเท้าจากบุคคลสำคัญ
ต่างๆทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศมาไว้
อีกกว่า ๔๐ คู่ รวมทั้งรองเท้าของประธานาธิบดี
ฟิลิปปินส์คนปัจจุบันด้วย
และรองเท้าประจำชาติ
จากประเทศต่างๆทั่วโลก ก็อยู่ที่ตู้นี่ค่ะ
" 

จะว่าไปแล้ว..รองเท้าหลากหลายแบบและสีของ
นางอีเมลดา มาร์กอส หรือบุคคลสำคัญของ
ฟิลิปปินส์ น่าจะเป็นจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
 

แต่ผู้เขียนก็พบความน่าสนใจ (มากกว่า) อยู่ที่ ชั้นแสดงรองเท้าประจำชาติจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก
โดยเฉพาะรองเท้าประจำชาติที่มาจากหมู่เกาะมัลดีฟ
ที่มีเพียงหมุดไม้ปักลงไปบนตัวรองเท้าเท่านั้นเอง !
( จะเดินกันได้อย่างไรเนี่ย ? )
           รองเท้าพื้นเมืองของชาวตุรกีก็สวยงามดี  รองเท้าจากญี่ปุ่นคุ้นตากันอยู่แล้ว มัวแต่เพลิดเพลินไป
กับการเดินชมรองเท้าจากประเทศต่างๆในตู้แสดงนี้นานทีเดียว ไล่มองหารองเท้าประจำชาติที่มาจาก
ประเทศไทยของเราบ้างสิ
ก็ไม่พบเลย 
          
" เรายังไม่มีรองเท้าประจำชาติจากประเทศไทย " พูดจบเธอก้มมองดูรองเท้าเรา !
           เราก็ไม่เห็นมีรองเท้าประจำชาติฟิลิปปินส์เหมือนกันนี่ แต่ก็อดเดินไป คิดไปเรื่อยๆไม่ได้ว่า
รองเท้าประจำชาติไทยมีมั้ย เป็นแบบไหนกัน เอ..เราต้องมีด้วยรึ ยังไม่ทันจะคิดออก พอเงยหน้าอีกที
เธอก็พาเราขึ้นบันไดไม้มาอยู่ชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว

                   
                 ชั้นบนเป็นอีกส่วนที่จัดแสดงได้สวยงามด้วยแสงสี และ มีหุ่นขี้ผึ้งของครอบครัวช่างทำรองเท้าด้วย  กำลังแสดงท่าการทำรองเท้า พร้อมอุปกรณ์ที่
    ใช้ก็ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ช่างทำรองเท้าเมืองมาริกีน่าใช้ในการทำรองเท้าด้วยมือกันทั้งสิ้น ส่วนนี้จัดแสดงได้เป็นธรรมชาติ สังเกตุโต๊ะที่วางอุปกรณ์ต่างๆได้ระเกะ
    ระกะสมจริง
   
                 หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวมะนิลา ลองแวะเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์รองเท้าที่มาริกีน่า ก็น่าจะได้รับความเพลิดเพลินและความรู้เกี่ยวกับการทำรองเท้า
   อยู่บ้าง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะเป็นแค่อาคาร ชั้นเดียวเล็กๆ แต่ภายในได้รับการดูแล และออกแบบ จัดแสดงได้สวยงาม ติดแอร์เย็นสบาย ก็ได้ความหมายของ
   พิพิธภัณฑ์ชุมชน
( Community Museum ) ที่ เป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงวัตถุโบราณ หลักฐานทางโบราณคดี สิ่งของเครื่องใช้ วัตถุทางวัฒนธรรมและ
   ภูมิปัญญาที่มีหรือเคยมีอยู่ในชุมชน ได้ไม่น้อย
                 แต่ในอีกความหมายสำคัญของพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่จะเป็น
 " ความภาคภูมิใจของชุมชนนั้น " น่าจะขาดไปอย่างมาก หรือถูกลดลงไปอย่างน่าเสียดาย
   เนื่องจากเป็นข่าวไปทั่วโลกว่านางอีเมลดา มาร์กอส มีคดีความเกี่ยวกับการผลาญเงินของประเทศอยู่มากมายหลายคดี และเงินส่วนหนึ่งเข้าใจกันว่าหมดไปกับ
   การซื้อรองเท้าราคาแพงแบรนด์แนมดังจากทั่วโลกไปเป็นจำนวนมากนั้นเอง
               
                 ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะพบรองเท้า
Lady Rustan's ที่เป็นแบรนด์ดังของเมืองมากิรีน่าปะปนอยู่มากมายหลายคู่  แต่ความโดดเด่นของการจัดแสดงยังคง
   เทียบไม่ได้กับ
Charles Jourdan สามคู่ที่เหมือนกันทั้งแบบ ขนาด และสี ที่ถูกนำมาจัดแสดงอยู่ในตู้เดี่ยว เรื่องนี้เองที่เป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆ .. อยากกระซิบ
   ให้
Ms. Marite Mendoza แอบเปลี่ยนสามคู่นี่เป็น Lady Rustan's แทนจะดีมั้ยนะ .. จบ..   
   
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 ขอขอบคุณ
Ms. Marite Mendoza ผู้ดูแลและพาชมพิพิธภัณฑ์ และอนุญาตให้ถ่ายภาพประกอบได้
    
 

LIBRARIANMAGAZINE.COM