กลับหน้าสารบัญ

| กลับหน้าสารบัญ | นิตยสารบรรณารักษ์  ปีที่ ๒ ฉบับ ๑ มกราคม ๒๕๕๒
.....................................................................................................................
 
มาทำดีกับลูกน้องกันเถอะ

พิมล เมฆสวัสดิ์
แปลและเก็บความจาก
Pollack, Miriam. (2008, October). Cruel to be Kind. American Libraries. 39(9): 93-95

เรามักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่าทรัพยากรที่ทรงคุณค่าในห้องสมุดนั้นก็คือ เจ้าหน้าที่ ซึ่งมัก
กลับบ้านค่ำกันอยู่เสมอ นั่นก็เป็นเรื่องจริงแท้อย่างไร้ข้อสงสัย หลายคนที่ทำงานในห้อง
สมุดมักอุทิศตนรักในงานห้องสมุด สนอกสนใจแต่ในเรื่องของห้องสมุดและวิชาชีพ ซึ่ง
เรามักจะพบว่าคนกลุ่มนี้ชอบช่วยเหลือผู้อื่น คอยดูแลว่าผู้ใช้ได้สิ่งที่ต้องการหรือไม่
และให้บริการแก่ผู้คนทุกระดับชั้น ทุก ระดับวิถีชีวิตและความสนใจเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เราเป็นคนจำพวกที่อดทนน้อยต่อเรื่องของความขัดแย้ง เรามักจะทำงานกันไปกับบุคคลที่มีปัญหาอยู่
ลึก ๆ มากกว่าการเผชิญหน้ากับปัญหา ในฐานะที่เป็นผู้บริหารเรามักเพิกเฉยต่อเรื่องเหล่านี้ เรามักจะนึกถึงว่างานนี้ใคร
ต้องการทำหรือสามารถที่จะทำได้ เราช่วยแก้ปัญหาของบุคลากรที่ทำหน้าที่แบบไม่ถูกต้องและด้อยสมรรถนะ
ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะสามารถหรือไม่สามารถซื้อวัสดุห้องสมุด ทำงานให้กับผู้ใช้บางกลุ่มหรือทำงานหนักที่โต๊ะบริการ
ยืม-คืนก็ตาม เราดูเหมือนไม่สามารถช่วยองค์การโดยการจัดฝึกอบรม การย้าย หรือการกำจัดเจ้าหน้าที่ออกไปได้

กล่าวได้ว่าร้อยละ 85 ของการบริหารจัดการที่ดีนั้นเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตที่ดี ผู้บริหารต้องเข้าใจถึงความแตกต่าง
ระหว่างบุคคลและปัญหาขององค์การ และไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวไปทั้งหมด มีการใช้ทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
และมองเห็นความสำเร็จส่วนบุคคลสำหรับองค์การ และไม่ปฏิบัติต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเฉพาะบุคคล

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องสมุดเป็นเรื่องขององค์การโดย รวม ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งในฝ่ายหรือคณะกรรมการ นอกจาก
นั้นผู้บริหารที่มีสุขภาพจิตดีนั้นสามารถให้คุณค่าต่อข้อวิจารณ์ทั้งหมดจากผู้ใช้ จากประสบการณ์พบว่าเรามีองค์การ
อยู่ 3 ประเภท คือ

1. แบบที่สนองความต้องการของผู้ที่เรามุ่งให้บริการ: เป็นองค์การที่แต่ละคนทำงานได้อย่างประสบผลสำเร็จ
ที่ซึ่งงานเหมาะกับคนหรือทักษะและความชาญฉลาดของเขา จึงมุ่งเน้นที่วิสัยทัศน์ พันธกิจ และผู้ที่เราต้องการให้
บริการ

2. แบบที่สนองความต้องการของผู้อำนวยการหรือบุคคลที่มีอำนาจ: บุคลากรยังคงทำงานได้ต่อไปเพราะเขา
เป็นพวกไม่ปฏิเสธในการถูกกลืนจากผู้อำนวยการที่ใช้องค์การเพื่อสนองความต้องการของตนเองเพื่ออำนาจหรือการ
ยอมรับความสามารถ

3. แบบที่สนองความต้องการของระบบที่ทำหน้าที่ผิดหรือความเป็นประสาทสะสมของบุคลากร: บุคคลไม่สามารถ
ปฏิบัติหน้าที่ในงานได้ และไม่มีใครจัดการเรื่องนี้ได้ จึงกลายเป็นว่าเราให้งานแก่คนที่ไม่มีความสามารถทำ เป็นผลให้
คนที่มีความสามารถต้องทำงานเกิน เรายังปล่อยให้มีบุคคลเช่นนี้ทำงานกันไป และไปเน้นที่การทำงานของคนอื่น ซึ่ง
ทำให้ขวัญกำลังใจของฝ่ายหรือองค์การโดยรวมลดต่ำลง


แล้วเราจะต้องทำอย่างไร?

เราซึ่งอยู่ในห้องสมุดเรียนรู้ในการพิจารณาถึงความจำเป็นของลูกค้าและองค์การ รวมทั้งเข้าใจวิธีการสนองเป้าหมาย
ที่ดีที่สุด และลูกค้าของเรา โปรแกรมและบริการปัจจุบันช่วยเราดำเนินพันธกิจและวิสัยทัศน์สำเร็จได้จริงหรือ?

เรามีบุคลากรที่เหมาะสมพร้อมด้วยทักษะที่เหมาะสมหรือ ไม่? เราจ้างคนที่เหมาะสมกับงานหรือคนที่ควรไล่ออกตั้ง
แต่ปีที่แล้ว? ดังนั้นสิ่งที่ควรทำนั้น ได้แก่

1. จัดการกับความขัดแย้ง ผู้อำนวยการห้องสมุดและผู้ร่วมงานทั้งหมดในตำแหน่งบริหารจัดการจำเป็นต้องพัฒนา
ทักษะในการจัดการกับความขัดแย้ง เราต้องเรียนรู้ที่จะจัดการสถานการณ์และคนที่ไม่น่าพึงใจ เรายังต้องคลายความ
โกรธของคนที่ทำงานให้เรา ผู้นำคนใดที่ก่อให้เกิดความแตกต่างในองค์การกำลังจะทำให้บางคนเกิดความโกรธได้
หากทุกคนคิดว่าคุณช่างมหัศจรรย์ นั่นก็หมายความว่าคุณแทบไม่ได้ทำงานอะไรเลย

2. ฝึกอบรมหัวหน้างาน หัวหน้างานทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการอบรมในส่วนสำคัญสองด้าน คือ วิธีการจ้างพนักงาน
ที่เหมาะสม และการดำเนินการสนทนาทางวินัยกับบุคลากรกรณีที่จำเป็น การรับคนด้วยวิธีการสัมภาษณ์เป็นการให้ผู้
สมัครงานแสดงตัวอย่างของจุดแข็งของตนเองตามที่อ้าง และสามารถอธิบายให้คนอื่นที่ทำงานร่วมด้วยได้ รวมทั้งให้
อธิบายหน้าที่และความรับผิดชอบในตำแหน่งที่สมัครด้วย

3. ช่วยสมาชิกในฝ่ายที่ต้องการความช่วยเหลือหรือต้องการเปลี่ยนงาน บ่อยครั้งที่สมาชิกในฝ่ายต้องการ
ความช่วยเหลือในการจัดการกับปัญหาทางสังคมและจิตวิทยา แม้เราจะไม่ใช่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ก็
ตาม แต่เราจะต้องนำพาบุคลากรไปสู่การเป็นนักวิชาชีพที่เหมาะสม

เจ้าหน้าที่ที่ไม่สร้างผลงานจำเป็นต้องตระหนักว่าพวกเขาปฏิบัติงานได้ไม่ดีหรือกำลังก่อให้เกิดปัญหาแก่สมาชิกในฝ่าย
คนอื่น ๆ การฝึกฝนสมาชิกในฝ่ายไปสู่ตำแหน่งอื่นหรือออกไปจากห้องสมุดเป็นการเปลี่ยนงานที่ดี แต่ควรระมัดระวัง
ในการให้หัวหน้างานแต่ละคนฝึกฝน โดยพวกเขาควรมีความเข้าใจในทักษะและความสามารถที่มีของพนักงานแต่ละ
คน แล้วต้องช่วยปลูกฝังและกระตุ้นให้พนักงานทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

การสร้างองค์การที่มีสุขภาพจิตดี
แนนซี่ คันนิ่งแฮม เสนอคุณลักษณะของห้องสมุดที่มีสุขภาพจิต ดังนี้
(www.liscareer.com/cunningham_eig.htm )

- เจตคติเชิงบวกต่อผู้ใช้ห้องสมุด
- การยอมรับนับถือเจ้าหน้าที่ในทุกระดับ
- กระบวนการตัดสินใจที่เปิดเผยและมีส่วนร่วม
- เกณฑ์สำหรับการตัดสินใจที่มีพื้นฐานบนความยุติธรรมและความยึดมั่นต่อพันธกิจ
- มีการจัดประชุมทั่วไปอย่างเหมาะสม และจัดการได้ดี
- มีโครงสร้างคณะกรรมการที่ดีโดยให้ทั้งนักวิชาชีพและกึ่งนักวิชาชีพเข้าร่วมเป็นกรรมการ
- มีการตอบสนองอย่างเหมาะสมต่อข้อวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- มีกลไกในการฉลองการมีส่วนร่วมในสิ่งที่ทำของทุกคน
- บุคลากรทั้งหมดเข้าร่วมในการวางแผน
- หัวหน้างานทุกระดับทำงานและแบ่งปันวิสัยทัศน์ร่วมกัน
- มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ห้องสมุดทุกระดับอย่างต่อเนื่อง
- มีการพบปะสังสรรค์แบบรวมและเปิดเผย

ในการตัดสินว่าองค์การของเรามีสุขภาพจิตดีอย่างไรนั้น คันนิงแฮมยังเสนอแนะว่า
มีการแบ่งปันสารสนเทศดี
แค่ไหนมีวิธีจัดการกับการตัดสินใจและวิกฤตอย่างไร อัตราการหมุนเวียนงาน ช่วงระยะเวลาของการบริหารห้องสมุด
และความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการกับเจ้าหน้าที่เป็นเช่นไร

เราต้องมั่นใจว่าองค์การของเราเน้นที่การจัดให้บริการตามที่ระบุไว้ในพันธกิจ ในฐานะที่เป็นนักวิชาชีพ หน้าที่ของเรา
คือจัดการกับความขัดแย้ง ให้ข้อมูลย้อนกลับที่ซื่อสัตย์ และทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้มั่นใจว่าเราจัดคน
เหมาะสมกับตำแหน่งงานแล้ว

 
 


LibrarianMagazine.com