| กลับหน้าสารบัญ | นิตยสารบรรณารักษ์  ปีที่ ๒ ฉบับ ๑ มกราคม ๒๕๕๒     
  ........................................................................................................................................................................ 

หิ้วกล้องท่องพิพิธภัณฑ์สิงค์โปร์  ตอน 2  โดย spycute
สื่อในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงค์โปร์ National Museum of  Singapore

 
  วันนี้เราออกเดินทางขึ้นรถไฟใต้ดินไปย่าน Little Indian ก่อนจนได้เวลา 11.00 น.จึงนั่งรถไฟกลับมาชมพิพิธภัณฑ์ เดินขึ้นเขาไปทาง YWCAไม่นานนักก็ถึง พิพิธภัณฑ์
แห่งชาติสิงค์โปร์  
National museum of Singapore แต่เป็นประตูด้านหลัง ซึ่งดู
เหมือนจะยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ มีลูกแอปเปิ้ลยักษ์ วางอยู่ตรงสนามหญ้าใกล้ๆทางเข้า เราก็เดินทะลุด้านหลังมาออกประตูหน้าได้  

อากาศที่นี่ร้อนมาก แต่พอเข้ามาในพิพิธภัณฑ์แอร์เย็นฉ่ำจนหนาวสำหรับคนที่ร่างกาย
ไม่ค่อยแข็งแรง ระวังจะเป็นไข้เอาง่ายๆ ควรจะเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวไปด้วย
เพราะพิพิธภัณฑ์นี้กว้างใหญ่มากมีหลายชั้น และการจัดแสดงในห้องต่างๆนั้น แอร์จะ
เย็นมาก ต้องใช้เวลานานในการเดินชมในแต่ละห้อง ช่วงที่เราไปโชคดีที่กำลังมี
โปรโมชั่น ซื้อตั๋วใบเดียวราคา 10
$SG  ชมได้ทุกห้อง ส่วนผู้เฒ่าเกิน 60 ปีขึ้นไป
ก็จ่ายครึ่งราคา 5$
SGชมได้ทุกห้องเช่นกัน

ห้องแรกที่เราเข้าไปชื่อ History of Singapore อยู่บริเวณชั้นลอยด้านหลังตัว
อาคารประมาณ ชั้น3  ขึ้นบันไดเลื่อนมาก็จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ เราใช้การ์ดรูด
เข้าประตู(แบบเดียวกับขึ้นรถไฟฟ้า) แล้วเจ้าหน้าที่สาวสวยไม่หมวยแต่เป็นแขกก็จะ
นำเครื่องสี่เหลี่ยมขนาด 6
x8 นิ้วมีหน้าจอเล็กๆ (คล้ายเครื่องเล่นเกมส์กดแบบพกพา)
และหูฟังครอบหัวมาให้เราพร้อมกับอธิบายวิธีการใช้งาน โดยให้เราเดินไปตามทาง
เดินแล้วจะมองเห็นหมายเลขที่พื้น เช่นพอเราเห็นหมายเลขที่เรายืนอยู่เป้นเลข 1 เราก็
กดปุ่มหมายเลข 1 แล้วกด
ok  คำอธิบายหมวดหมู่ที่ 1 ก็จะขึ้นหน้าจอมาให้เราอ่าน
พร้อมกับเสียงคำบรรยายดังที่หูของเรา  

เมื่อเราก้าวเข้าประตูห้องที่ 1 ต้องยืนนิ่ง หลับตาสักพักเพราะมืดมาก ก้มมองที่เท้าจะ
เห็นไฟที่หมายเลขหนึ่งกระพริบสว่างอยู่ แต่พอเงยหน้ามองตรงออกไปเหมือนลอยอยู่
ท่ามกลางอวกาศ ภาพเคลื่อนไหวของวีดีโอที่ฉายภาพเต็มไปหมดเป็นวงกลมรอบตัว
เรา เราเป็นเสมือนวัตถุชิ้นเล็กที่อยู่ตรงใจกลาง

หากท่านยังนึกภาพไม่ออกขอให้ท่านหลับตาลงแล้วนึกถึงภาพยนตร์เรื่องX-Man(จะ
เป็นพระเอกหรือนางเอกก็ตามแต่อัตลักษณ์)  ฉากที่ประตูกลเปิด แล้วทางเดินอยู่ตรง
กลาง รอบๆตัวท่านเป็นภาพเคลื่อนไหวรอบทิศทาง เราก็กดปุ่มที่เครื่องหมายเลข 1
ฟังและอ่านคำบรรยายขณะยืนงง ตาลายกับภาพเคลื่อนไหวรอบตัว เราเดินทะลุ
หลุดออกมาจากห้องที่ 1ก็พบบันไดเวียน มีป้ายบอกทางเพื่อไปยังห้องที่ 2 เหมือน
หลุดเข้ามาในโลกปัจจุบัน อากาศร้อนมากด้านซ้ายมือเป็นกระจกใสมองเห็นอาคาร
ด้านนอก

เราเดินลงบันไดมาเรื่อยๆน่าจะสัก 2 ชั้นได้ ก็เริ่มเข้าสู่หมวดหมู่ที่สอง มีประตูกระจก
ใสคั่น เมื่อผลักประตูเข้าไปแอร์เย็นฉ่ำปะทะหน้าอย่างแรง  ป้ายบอกทางให้เลี้ยวเข้า
ประตูด้านขวามือ เราผลักประตูเข้าไป ก็พบวีดีโอรอบทิศทางอีกเช่นเคย  คราวนี้หาย
ตื่นเต้นแล้ว 

เรากดปุ่มที่ 2   มองเห็นเก้าอี้วางเป็นวงกลมให้นั่งได้รอบๆห้อง ก็เลยนั่งพักเข้าพร้อม
กับชมวีดีโอ สั้นๆ ฉายวนไปมา เนื้อหาเกี่ยวกับความทันสมัยของที่นี่ทั้งหมด  ฉายเป็น
ภาพเดียวกันบ้าง ต่างกันบ้าง คล้ายกับสไลด์มัลติวิชั่น แต่ไปภาพเคลื่อนไหวไม่ใช่
ภาพนิ่ง โดยนำเครื่องฉาย
LCD จำนวน 6 เครื่อง ติดตั้งรอบห้อง เครื่องที่อยู่ตรงกลาง
2 เครื่องจะติดตั้งให้เหลื่อมกันเพื่อให้ภาพมาบรรจบกันพอดี โดยทำเป็นคานสีขาว
พาดยาวผ่านศรีษะของเราไปจรดริมผนังเพื่อบังรอยต่อของเครื่องฉายให้ดูแนบเนียน
สมกับเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีของจริงแท้แน่นอน

ห้องอื่นๆก็จะเป็น วัตถุสิ่งของจัดโชว์ในตู้  จักรยานเก่าๆมากมายหลายคัน เล่าเรื่อง
พัฒนาการ ไปเรื่อยๆจนกระทั่งเกิดสงคราม มีใครบ้างที่เป็นวีรบุรุษ  เดินดูอยู่นานมาก
ก็ไม่หมดเสียที มีห้องต่างๆเยอะแยะไปหมด ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้วเราเลยจำ
ต้องออกมาก่อนโดยเดินดูเพียงผ่านๆ และฟังคำบรรยายอย่างคร่าวๆ จากเครื่องฟัง

พอเห็นป้าย
Exit เราก็ผลักประตูทันที คืนเครื่องและหูฟังตรงนี้เลย พอเดินออกมาจาก
มุมห้องเราก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ชั้นล่างสุดของอาคาร

            

โชคดีอีกแล้วที่ห้องจัดแสดงชั่วคราวในเดือนนี้ เป็นงานศิลปะจากพิพิธภัณฑ์ลูฟ
ไม่ต้องถ่อสังขารไปถึงฝรั่งเศส มีคนหอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งให้ดูของจริงตรงหน้า
แล้ว เรารีบเข้าไปดูทันที การจัดแสงและสีสันของที่นี่ มืดมาก ถ้าเทียบกับพิพิธภัณฑ์
ในบ้านเรา ใช้ไฟส่องวัตถุแต่ละชิ้นไม่น่าจะเกิน 30 แรงเทียน

ห้ามถ่ายภาพด้วยไฟแฟลช และห้ามถ่ายวิดีโอเช่นกัน แต่เราก็สามารถถ่ายภาพด้วย
สปีดซัตเอตร์ต่ำได้ ห้องนี้ไม่มีการใช้สื่อมัลติมีเดียเข้ามาแต่อย่างใด คงเพราะความ
งดงามของวัตถุนั่นเอง

สื่อมัลติมีเดียกับห้องจัดแสดงอาหารริมบาทวิถี
Food-Eating on the Street

เมื่อเราเข้าไปในห้องนี้จะมองเห็นตรงกลางห้องกำลังฉายวีดีโอ การทำ โรตี Roti
Prata
โดยมีที่นั่งชมอยู่ด้านล่าง ในตู้โชว์จัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโรตี เนื้อหา
ของวีดีโอ จะสัมภาษณ์หญิงคนหนึ่งที่ขายโรตีอยู่ในปัจจุบัน

เธอจะเล่าว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นใครมาจากที่ไหนมีพี่น้องกี่คนและสืบทอดวิชาทำ
โรตีมาอย่างไร เล่าเรื่องชีวิตวัยเด็ก ทุกคนในบ้านต้องช่วยกันทำโรตีโดยแบ่งหน้าที่กัน
3 คนพี่น้อง เธอจะต้องตื่นแต่เช้าก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน เธอมีหน้าที่นวด
แป้ง ผสมแป้ง ส่วนพี่ๆของเธอมีหน้าที่นำโรตีไปขาย

จนเธอเรียนจบมีครอบครัว เธอก็มีร้านขายโรตีเป็นของตัวเอง จากนั้นก็จะเป็นภาพ
โคสอัพ ถ่ายให้เห็นขั้นตอนการทำโรตี ตั้งแต่ต้นจนจบ ตักใส่จาน  แล้วก็จะเห็นร้าน
ของเธอ และเธอเดินถือจานไปเสริฟ์โรตีให้ลูกค้าที่นั่งรอ(ช่วงนี้ไม่มีเสียงบรรยายใดๆ
นอกจากเสียงดิบจากเทป) ภาพก็จะวนเวียนกลับไปที่คำสัมภาษณ์ประวัติ คร่าวๆที่นั่ง
จับเวลาดูก็ใช้เวลาตั้งแต่ต้นจนจบประมาณ 10-15 นาที

ทางด้านซ้ายมือและขวามือของห้องก็นำเสนอในรูปแบบเดียวกัน โดยนำอุปกรณ์ใน
การทำอาหาร รถเข็น มาจัดแสดงแต่ด้านบนสุดจะฉายวีดีโอประวัติ

คนทำอาหาร และวิธีทำเช่นกัน พอเดินเลยไปทางด้านหลังของห้องจะเป็นที่จัดแสดง
พืชผักที่ใช้ในการประกอบอาหาร โดยนำขวดโถแก้วใสๆมีสีสันน่ากินมาใส่ วัตถุที่จัด
แสดง และ ที่น่าสนใจก็คือจะมีท่อยาวๆตรงปลายท่อเป็นกรวยเพื่อให้ท่านเอาจมูเข้า
ไปจ่อ แล้วมีปุ่มกดเล็กๆที่แท่น พอเรากดลงไปกลิ่นของพืชชนิดนั้นก็จะโชยเข้าจมูก
เราลองกดที่ขวดพริกไทย กลิ่นฉุนของพริกไทยเข้าจมูก เล่นเอาจามลั่นห้อง
นิทรรศการเลย

   
  

     สภาพแสงภายในห้องจัดนิทรรศการ Exhibition and event
     Greek Masterpieces from Louvre


  
 
  Shutter 1/6–F
10 - ISO 200-52mm.
No Flash,
No Tripod


   Shutter 1/5 – F 9 - ISO 200 – 90mm.
   No Flash , No Tripod

 
   Shutter 1/6 –F 8 - ISO 200 - 24mm.
   No Flash , No Tripod


          

     


   อ่านต่อฉบับหน้า
   กลับหน้าสารบัญ
  
 
 

                                      


LibrarianMagazine.com