กลับหน้าสารบัญ

| กลับหน้าสารบัญ | นิตยสารบรรณารักษ์  ปีที่ ๒ ฉบับ ๑ มกราคม ๒๕๕๒
.....................................................................................................................


บรรณารักษ์ป้ายแดง
: ตอนจบ


“ฮัลโหล-พิมพ์ เว็บไซต์ห้องสมุดทำไมมันเข้าไม่ได้ล่ะ เนี่ยะมีคนเข้ามาโพสต์ถามในกระทู้ของโรงเรียนหลายคนแล้ว
นะยังไงช่วยดูให้ทีนะ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้”

ฉันละมือจากหนังสือพจนานุกรมเล่มหนาสภาพขาดรุ่งริ่ง และหันไปเปิดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที หลังจากที่พี่ดำรง
วางสายโทรศัพท์พร้อมกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ห้องสมุดที่ฉันดูแลอยู่

เว็บโฮสติ้งที่ฉันใช้อยู่เกิดปัญหาบางประการ และประกาศปิดตัวลงชั่วคราวเนื่องมาจากมีพวกแฮคเกอร์บางคนเข้าไป
ทำลายระบบฐานข้อมูลเสียจนย่อยยับ ซึ่งมันหมายถึง เว็บไซต์ห้องสมุดที่ฉันใช้พื้นที่ของเว็บโฮสติ้งนี้จัดเก็บข้อมูล ก็
จะไม่สามารถใช้งานได้อีกแล้ว

“พี่ดำรง เว็บโฮสติ้งที่พิมพ์ใช้อยู่ปิดให้บริการชั่วคราว เว็บไซต์ห้องสมุดเลยเข้าไม่ได้ค่ะ ทำอย่างไรดีคะ?” หลังจาก
ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นฉันจึงรีบโทรไปรายงานให้พี่ดำรงรู้ถึงสาเหตุนั้นทันที

“อ๋อ เอางี้ ตอนนี้พี่จะปิดลิงค์ของห้องสมุดชั่วคราวก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพิมพ์ลองใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่พี่ทำให้นะ เพราะพี่
ก็ใช้กับเว็บไซต์ของโรงเรียนอยู่”

“ค่ะ แล้วเว็บไซต์ใหม่พิมพ์จะเริ่มลงมือทำได้เมื่อไหร่คะ?”

“พรุ่งนี้พิมพ์ลงมาหาพี่ที่ห้องแล้วกัน เดี่ยวพี่จะอธิบายให้ฟัง”

“ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ สวัสดีค่ะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ทำภารกิจประจำวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงลงไปพบพี่ดำรงที่ห้องคอมพิวเตอร์

“อ้าวมาแล้วหรอ นั่งก่อนๆ”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่”

“รอเดี๋ยวนะ ขอพี่ลงโปรแกรมป้องกันไวรัสก่อน”

“ค่ะ” ฉันพยักหน้า และมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเครื่องใหญ่ที่พี่ดำรงใช้เป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจของแก มาช้า
นาน ภายในประกอบด้วยโปรแกรมที่สำคัญๆ หลายตัว จะว่าไปแล้ว โน้ตบุ๊คของแกก็เป็นเหมือนกระเป๋าเครื่องมือ
แพทย์ แต่ต่างกันที่ ข้างในกระเป๋าไม่มีสำลี อุปกรณ์ทำแผลแต่อย่างใด กลับมีแต่โปรแกรมที่รักษาโปรแกรม
คอมพิวเตอร์เต็มไปหมด

“เสร็จซะที ไวรัสเยอะเหลือเกิน ออกมารายวันยังกับหนังสือพิมพ์ พวกปล่อยก็ปล่อยมาตามอีเมล์ ตามเว็บไซต์ เด็ก
นักเรียนไม่รู้ก็ไปเปิดรับ ทีนี้ติดกันทั้งโรงเรียนเลย พี่ต้องมานั่งหาโปรแกรมแก้อยู่เรื่อย”

“ค่ะ โฮสติ้งก็คงเหมือนกัน ผู้ให้บริการที่ไม่ได้มีระบบป้องกันที่ซับซ้อน พอเจอพวกแฮคเกอร์เข้าไปเปลี่ยนข้อมูลนิด
เดียว ถึงกับเดี้ยงไปเลย”

“มา เดี๋ยวพี่จะเอาเว็บสำเร็จรูปตัวนี้ให้ดู พี่ลองใช้กับเว็บไซต์ของโรงเรียนมาระยะนึงแล้ว โมดูลก็ไม่ยาก คล้ายๆ พวก
Mambo หรือ Joomla นั่นแหละ แค่คลิกๆ แล้วก็เอาข้อมูลใส่ลงไป ไม่ต้องนั่งออกแบบ เพราะว่ามันมี Theme มาให้
เราเลือกตั้งเป็นร้อยเลย” พี่ดำรงพูดพลางหันหน้าจอโน้ตบุ๊คมาให้ฉันดู

“แสดงว่าพิมพ์ต้องเอาข้อมูลจากเว็บเก่ามาลงใหม่ในนี้เลยหรือคะ?”

“ใช่ แต่ไม่ยาก พิมพ์ก็ก็อปปี้มาได้เลย แล้ววางลงไปเท่านั้น ไม่ต้องพิมพ์ใหม่”

“แล้วต้องมี Username กับ Password ไหมคะ?”

“มีสิ เดี๋ยวพี่เขียนให้นะ” พี่ดำรงพูดจบหันไปหยิบปากกามาจดตัวเลขและตัวอักษรหลายตัวลงในกระดาษ

“พี่ตั้ง Username ให้มีทั้งตัวอักษรและตัวเลขนะ ป้องกันพวกแฮคเกอร์ ส่วน Password พี่ตั้งให้ 10 ตัว ใช้ตัวอักษร
สลับกับตัวเลข ตามที่พี่จดให้ไปนั่นแหละ เก็บเอาไว้ให้ดีเลยนะ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด เดี๋ยวเว็บจะโดนเจาะระบบอีก”

พี่ดำรงยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ ฉันรับมาดู มันมีทั้งตัวเลขและตัวอักษรเต็มไปหมด

“เดี๋ยวหนูจะลองไปศึกษาดูนะคะ เดี๋ยวยังไงหนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

“อ่อเดี๋ยวก่อน พี่ลืมบอกไปว่ามีคู่มือการใช้งานเว็บไซต์สำเร็จรูปตัวนี้อยู่ แต่พี่ลืมเอามาจากที่บ้าน ถ้าไม่ลืมยังไง
เดี๋ยวพี่จะหยิบมาให้ดูนะ”

“ค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น พี่ดำรงหอบคู่มือการใช้งานเว็บไซต์สำเร็จรูปมาให้ฉันถึงห้องสมุด ความหนาของหนังสือราวๆ 300 หน้า
แต่ยังดีที่เป็นคู่มือที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว หากเป็นภาษาอังกฤษ ฉันคงถอดใจตั้งแต่เห็นตัวเล่มของหนังสือ
แล้ว หลังจากเสร็จภารกิจประจำวันแล้ว ฉันจึงหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูทีละหน้า นับว่าช่วยฉันได้มากทีเดียว
เพราะมีภาพประกอบที่ละเอียดมาก อธิบายทุกขั้นตอนอย่างง่ายและเข้าใจได้เร็วและที่สำคัญ เว็บไซต์สำเร็จรูปตัวนี้
สามารถทำผ่าน Internet ได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ฉันสามารถทำได้จากทุกที่ แม้กระทั่งที่บ้าน

เย็นวันนั้นฉันไม่รอช้า รีบกลับบ้านมาเปิดคอมพิวเตอร์และทดลองออกแบบเว็บไซต์ตามขั้นตอนในหนังสือทุกกระบวน
การ หลังจากเลือก Theme ที่ดูเหมาะสมแล้ว ฉันจึงเริ่มสร้างลิงค์ให้กับหน้าต่างเนื้อหาภายในเว็บไซต์ คืนนั้น เว็บไซต์
ของฉันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว ฉันเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงไก่ขัน ฉัน
ลืมตาดูที่นาฬิกา เข็มสั้นและเข็มยาวบอกเวลา เจ็ดโมงเช้า ฉันรีบกระเสือกกระสนลุกจากเครื่องคอมพิวเตอร์วิ่งเข้าห้อง
น้ำอาบน้ำ แต่ฉันลืมไปว่า วันนี้เป็นวันเสาร์ หลังจากที่ตั้งสติได้ ฉันจึงเริ่มลงมือสร้างสรรค์เว็บไซต์ห้องสมุดของฉันต่อ
ไป เช้าวันเสาร์นี้ช่างเป็นวันที่ฉันมีความสุขเหลือเกิน มีความสุขกับการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม เรียนรู้การสร้างเว็บ
ไซต์ห้องสมุดของฉัน ฉันจะได้นำเสนอข้อมูลและใช้เว็บไซต์นี้เป็นช่องทางเชิญชวนและประชาสัมพันธ์ให้ครูและนัก
เรียน รวมถึงคนทั่วไปได้รู้ความเคลื่อนไหวของห้องสมุด

เวลาผ่านไป 3 เดือน เว็บไซต์ห้องสมุด กลับมาให้บริการข้อมูลแก่นักเรียนและบุคคลทั่วไปได้ดังเดิมอีกครั้ง ระบบเว็บ
บอร์ดที่เงียบหายไปนานก็กลับมาคึกคักด้วยรูปแบบและลูกเล่นที่น่าสนใจกว่าเดิม
มีจำนวนนักเรียนผ่านเข้ามาทักทายหลายคน แต่ถึงกระนั้น กิจกรรมต่างๆ ที่ห้องสมุดจัดขึ้นกลับไม่ได้รับความสนใจ
เท่าที่ควร คำถามประจำสัปดาห์ที่ฉันจัดไว้ให้ตอบในหน้าเว็บไซต์ เงียบเหงา มีบางคนที่เข้ามาตอบ แต่ก็ยังไม่เป็นที่น่า
พอใจสักเท่าใดนัก นับเป็นปัญหาใหม่ที่ฉันต้องพยายามแก้ไขให้ได้กับการให้บริการข้อมูลและเข้าถึงผู้ใช้บริการผ่าน
ทางเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ที่ฉันมีความตั้งใจทำขึ้น เพื่อให้ห้องสมุดกับผู้ใช้บริการได้เข้าใกล้กันมากขึ้น

ฉันพยายามค้นหาวิธีการใหม่ๆ มาปรับใช้กับการบริการผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อมูลที่ได้ก็มีจำนวนน้อย
เกินไป เพราะห้องสมุดโรงเรียนส่วนใหญ่ จะไม่มีเว็บไซต์ห้องสมุด หรือช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของห้องสมุดผ่าน
อินเตอร์เน็ต กิจกรรมหรือวิธีการที่จะทำให้นักเรียนหรือบุคคลทั่วไปใกล้ชิดห้องสมุด ส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบเดิมที่ทำ
ตามกันมา

ฉันละความพยายามนั้นไว้ชั่วขณะ และหันมาเช็คไฮไฟว์ดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ที่เคยเรียนมาด้วยกัน บ้างเป็น
บรรณารักษ์ตามห้องสมุดใหญ่ๆ บ้างก็เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน และมีไม่น้อยเหมือนกันที่ไม่ได้เข้าสู่วงโคจร
บรรณารักษ์เหมือนฉัน ในใจลึกๆ หวังไว้เหมือนกันว่าเผื่อใครมีไอเดียดีๆ จะได้ขอคำปรึกษาซะเลย ฉันแสดงความคิด
เห็นให้กับเพื่อนเกือบทุกคนข้อความที่พิมพ์ให้ส่วนใหญ่ออกไปในเชิงขอคำแนะนำ มีบ้างที่พูดคุยแลกเปลี่ยนสารทุกข์
สุขดิบ

“เอ๊ะ เรามองข้ามไปได้อย่างไร ไฮไฟว์นี่แหละที่จะช่วยให้ห้องสมุดกับผู้ใช้บริการใกล้ชิดกันมากขึ้น” ฉันอุทานในใจ
เมื่อความประกายความคิดแล่นผ่านเข้ามาในสมองของฉัน

ฉันไม่รอช้า รีบสมัครใช้บริการโดยใช้ชื่อของห้องสมุดและตกแต่งให้ดูเหมาะสมและลงตัว ผสมผสานกับความทันสมัย
โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายของห้องสมุด ฉันอดตื่นเต้นเสียมิได้เมื่อนึกภาพนักเรียนในโรงเรียนและผู้คนทั่วไปเข้ามาพูดคุยใน
ไฮไฟว์ของฉัน และฉันได้ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่พวกเขาผ่านสังคมออนไลน์เล็กแห่งนี้

ในช่วงแรกๆ ที่ฉันนำแนวคิดนี้มาปฏิบัติจริง ยังไม่มีนักเรียนหรือใครให้ความสนใจมากนัก ก็เพราะขาดการ
ประชาสัมพันธ์ที่ดี ฉันใช้วิธีการพูดเชิญชวนและทำโปสเตอร์ประกาศว่าขณะนี้ห้องสมุดให้บริการแก่นักเรียน โดยใช้
เว็บไซต์ ไฮไฟว์เป็นช่องทางหนึ่งที่นักเรียนสามารถใช้แสดงความคิดเห็นหรือจองหนังสือได้โดยไม่ต้องมาด้วยตนเอง
อยู่ระยะหนึ่งแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร

เวลาผ่านไป 3 เดือน สังคมห้องสมุดเล็กๆ ของฉันขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีสมาชิกที่แสดงความคิดเห็นและรับห้องสมุดนี้
เป็นเพื่อนมีมากกว่า 1 พันคน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียนในโรงเรียนที่เข้ามาพูดคุยสนุกสนานเฮฮาตามประสา มีบ้างที่
เข้ามาใช้บริการจอหนังสือ แต่ถึงแม้ตัวเลขของผู้ใช้บริการห้องสมุดจะน้อยกว่าตัวเลขของผู้ที่เข้ามาทักทาย ฉันก็
ภาคภูมิใจที่ได้สร้างกระแสห้องสมุดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีใกล้ตัวที่บางคนคาดไม่ถึง แม้แต่ตัวฉัน
เอง

ทุกวันนี้ กิจการห้องสมุดโรงเรียนของฉันดีขึ้นเป็นลำดับ แม้จะมีจำนวนผู้ที่เข้ามาใช้ไม่เพิ่มมากนัก แต่ในทางกลับกัน
จำนวนผู้ที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์และไฮไฟว์ของฉันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นเท่าทวีคูณ จากการบอกปากต่อปาก ถึงแม้
การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีจุดประสงค์คือต้องการเข้าถึงผู้ใช้บริการให้มากที่สุดเพียงใด แต่ฉันก็ไม่ลืม
การพัฒนาด้านอื่นๆ ด้วย กิจกรรมห้องสมุดต่างๆ ฉันยังทำควบคู่ไปด้วยดี มีบ้างในบางครั้งที่ท้อแท้ แต่ฉันยังยิ้มสู้ และ
หวังในใจลึกๆ ว่าวันพรุ่งนี้แสงอาทิตย์จะสาดทอประกายให้ฉันมีแรงสู้ต่อไป

ขอขอบพระคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบเรื่อง
..........หัวใจห่อใบตอง.................
 

 


LibrarianMagazine.com