| |
หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปชมทัชมาฮาล (ตอนบ่ายแดดร้อนมากค่ะ)
สถาปัตยกรรมหิน
อ่อนแบบมุสลิมซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งหนึ่งสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งความ
รักของ จักรพรรดิชาห์เจฮาน ซึ่งมีต่อพระนางมุมตัส
ก่อนเข้าเราก็โดนรปภ.หญิงตรวจค้นอย่างเข้มข้นทั้งรื้อค้นลูบคลำกันไปเช่นเคย
เจอ
ของอะไรแปลกๆก็ทำเป็นหยิบออกไว้ ยึดซะงั้น อะไรกันเนี่ย
เราก็เบื่อเถียงแขกแล้ว
เหนื่อย พอเข้าไปถึงตัวทัชมาฮาล
เขาส่งถุงเท้ากระดาษให้พวกเราสวมทับถุงเท้า
นะคะ จะได้ไม่ต้องถอดแบบของไทย วิวสวยค่ะ
แต่ไม่เท่าที่เราเห็นในรูป เริ่มเก่า
มาก และไม่ได้บูรณะ แถมคนแน่นมากๆค่ะ
คนไทยอย่างเราแอบหลบร้อนมานั่งอธิษฐานรักใต้ต้นไม้
เพราะมีความเชื่อว่าถ้า
อธิษฐานเกี่ยวกับรักที่นี่แล้วจะสำเร็จ
แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยหนุ่มสาวแขกวิ่งไล่ร้อง
เพลงจีบกันค่ะ แหมเหมือนในหนังเลย
แต่ไม่กล้าถ่ายภาพไว้หรอกนะคะ กลัวเขาเสีย
บรรยากาศ อ้อที่นี่ยังมีรถเทียมอูฐ ม้า
และเกวียนให้เห็นด้วยนะคะ
เสร็จแล้วเราเหลือเวลาอีกไม่มากก่อนพระราชวังจะปิดเราก็รีบเดินทางต่อไปยัง
อัคราฟอร์ด พระราชวังที่ชาห์เจฮานถูกลูกชาย
คือโอรังเซปจับพระบิดาตัวเองไปขัง
ไว้และสิ้นพระชนม์ที่นั่น
อัคราฟอร์ดอยู่ไม่ห่างจากทัชมาฮาล
ดังนั้นก่อนชาห์เจฮานสวรรคตจึงสามารถมอง
ทัชมาฮาลจากภาพสะท้อนในกระจกเงาได้
พระราชวังนี้ล้อมรอบด้วยบ่อที่เคยปล่อย
ให้สิงโตกินคนวิ่งอยู่รอบๆ กันคนลักรอบเข้าออกพระราชวังค่ะ
ที่อัคราฟอร์ดเนี่ยวิวสวยมากๆค่ะ
เพราะเมื่อก่อนเป็นที่อยู่ของนางในฮาเร็มทั้งหลาย
มีการจัดงานเลี้ยงเต้นรำยามราตรี มีน้ำพุกลางลาน
ท่ามกลางแสงจันทร์พอไปยืน
ตรงนั้นกับทัศนียภาพแบบนั้น
เห็นภาพพระราชาอินเดียที่เป็นมุสลิมในอดีตที่แวด
ล้อมด้วยนางงามอย่างชัดเจนที่เดียวค่ะ
นอกจากนั้นบรรณารักษ์อย่างเราก็ยังได้เห็นห้องสมุดของอัคราฟอร์ด
เจาะหินเป็นช่องๆ
เขาบอกว่าเก็บหนังสือสำคัญค่ะแบบในภาพนี่แหละค่ะ
พอชมพระราชวังกันจนเหนื่อย เดินมาขึ้นรถกลับโรงแรม
ทีนี้แหละค่ะโดนแขกรุมขาย
ของที่ระลึกอารมณ์เดียวกับหน้าวัดพระแก้วแหละค่ะ
แต่น่ากลัวกว่า ต้อนหน้าต้อนหลัง
เสนอการขายด้วยภาษาไทยล้วน “คนสวยจ๋าช่วยอุดหนุนหน่อย”
ในขณะที่สาวๆของเราหลายคนทนสายตาหวานๆและคำเยินยอของ
พ่อค้าแขกไม่ไหว
อุดหนุนกันพอสมควรแต่ราคาจะลดลงเรื่อยๆ
ก่อนมาถึงรถพอขึ้นไปนั่งในรถแทบจะไม่
ต้องต่อรองอีกเลยถูกมากๆ พอกลับถึงโรงแรมเรามีเวลาประมาณ 2
ชม.ชมตลาด
ปรากฏว่ามีแขกมาเสนอให้ขึ้นตุ๊กๆ (เมืองเขาเรียกปาจ๊าก)
ชมตลาดราคาไม่แพงมีทั้งแบบที่ใช้ก๊าซ LPG และแบบที่ใช้ NGV
จะเห็นว่าถ้าสีเขียวเหลืองคือ NGV นะ
ปรากฎว่าเขาไม่พาไปตลาดอย่างใจ
แต่พาไปตามร้านที่เขาได้เปอร์เซ็นต์เหมือนแท็กซี่
เมืองไทยเราเลยไม่ได้ไปตลาดจริงๆเลย
เพราะหมดเวลาเข้าไปแต่ละร้านเขาก็จะสาธิต
โน่นนี่ จนเหนื่อยแหละค่ะ ร้านแรกสาธิตการสลักหินอ่อน
และก็ขายทัชมาฮาลจำลอง
ให้เราในราคาที่แพงกว่าในโรงแรม 2 เท่า

|
|
ห้องสมุดของอัคราฟอร์ด
เจาะหินเป็นช่องๆ ( ภาพล่าง
)

หลังจากนั้นไปร้านแบบเดียวกันอีก 2
แห่งพอเบื่อก็กลับโรงแรมมีเด็กมาขายของ
ที่ระลึกหน้าโรงแรม ถูกยามไล่น่าสงสารมาก
มีชาวต่างชาติเอาเงินไปให้เขา แต่
ไม่ซื้อของเขา
ตอบว่าเขาไม่ใช่ขอทานเลยขอโทษขอโพยกันยกใหญ่
เรารู้สึกว่า
เห็นไหมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มันมีกันทุกชาติภาษานะ
ไม่ใช่
เฉพาะชาวยุโรปเท่านั้น
โดยเฉพาะที่นี่ซึ่งเขาแบ่งชั้นวรรณะกันชัดเจน
พอเข้าโรงแรมก็เตรียมเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน
คืนนั้นแย่งกันโทรศัพท์กลับ
ไทยเพราะมีข่าวคาร์บอมบ์แยกบางพลัดอันใกล้บ้านพวกเราทั้งหลาย
พอกลับ
เข้าห้องเปิดทีวีดูข่าวท้องถิ่นก็ต้องตกใจแทบแย่เพราะเจอภาพ สส.อินเดียตีกัน
ในสภาขาไมค์ปลิวให้ว่อน สส.หญิงก็ไม่เว้นสะบักสะบอมไปตามๆกัน
โดยเฉพาะแก๊งค์ที่ประท้วงวันที่เราเข้าชมสภาที่เล่าไว้ตอนต้น
ถูกหามส่งโรงพยาบาลค่ะ
มาทราบภายหลังว่ากลุ่มผู้ประท้วงมาจากอุตระประเทศขอแยกตัว
ออกจากรัฐบาลกลาง (ของไทยโอเคกว่ามากค่ะ)
แต่ทั้งหมดนี้ออกข่าวใน
ประเทศเท่านั้นไม่มีภาพเล็ดลอดออกต่างประเทศเลย
ทางเมืองไทยไม่เห็นภาพทางบ้านเลยไม่มีใครห่วงพวกเรา
เขาคุมสื่อได้ดีทีเดียวค่ะไม่เสียชื่อประเทศ
มีแต่ข่าวท้องถิ่นเขาก็ใช้ภาษาถิ่น
ที่เราฟังไม่ออกแต่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษด้านล่างให้ค่ะ
พอดีกับภาพคุ้นตา
กับบุคคลที่เราเพิ่งพบเพียงวันเดียวก็เลยปะติดปะต่อเรื่องได้ค่ะ
อันนี้เป็นเรื่องที่
คงเป็นประสบการณ์ประทับใจที่คิดว่ากลุ่มอื่นคงไม่เจออย่างพวกเราแน่
และคืนสุดท้ายก่อนกลับนี้เองพรรคพวกห้องติดกันก็ได้รับการเคาะกระจกทัก
ทายทั้งคืน ทั้งที่มองออกไปก็เป็นกระจกใสเปิดม่านไว้มองออกไปเห็นแต่สนาม
หญ้าแต่เสียงเคาะก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เอาล่ะสิหนุ่มๆเจ้าของห้องไม่ว่างพิสูจน์
ต่อเพราะต้องรีบคลุมโปงสวดมนต์กันยันเช้าโชคดีที่เหตุการณ์นี้เกิดหลังจาก
ผู้เขียนเดินออกจากห้องนั้นเพียง 5 นาที (คนดีพระคุ้มครอง)
อ่านต่อหน้า ๓ |