กลับหน้าสารบัญ

| กลับหน้าสารบัญ | นิตยสารบรรณารักษ์  ปีที่ ๒ ฉบับ ๑ มกราคม ๒๕๕๒
.....................................................................................................................
 




 
เยี่ยมบ้าน รศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน
ห้องทำงาน หนังสือ และแนวคิด..ที่บ้าน

บ้านคือส่วนหนึ่งของงาน และ คือชีวิตด้วย คำว่าชีวิตในที่นี่คือ พี่คิดว่าบ้านเป็นที่ที่เรามี
อิสระอย่างเต็มที่ ที่จะคิดฝัน จะำงาน จะนอน หรือจะพักผ่อนสบายๆก็ได้ตามที่เราต้องการ

ห้องทำงาน..ที่บ้าน

พี่จัดบ้านให้
มีต้นไม้สีเขียวอยู่รอบบ้าน และโดยเฉพาะบริเวณห้องทำงาน เพราะจะทำให้เรารู้สึกว่าได้พักผ่อน ละไม่รู้สึกเครียด ทำงานได้อย่างมีความสุข งานเขียนหนังสือทุกเล่ม เกิดจากห้องทำงานที่บ้าน เพราะต้องอ่านแล้วอ่านอีก ต้องปรับแก้ เพราะงานที่ทำงาน จะเป็นงาน
ตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนั้นใช้เวลาที่บ้านทำงานเขียนหนังสือ เพราะปกติจะดูข่าว
ดูสารคดี และใช้เวลาว่างเขียนหนังสือ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่หกโมงเช้า ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ
ก่อนไปทำงานได้ดี ตื่นขึ้นมาคิดไอเดียได้ ก็เขียนเลย หรือแก้ในสิ่งที่เขียนแล้ว ตอนเย็นกลับ
จากที่ทำงาน หลังทานข้าวเสร็จ ก็มานั่งเขียนต่อบ้าง ใช้เวลาว่างชั่วโมงหรือสองชั่วโมงปรับ
แก้จนกว่าจะพอใจ แต่จริงๆไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้นทุกวัน บางวันก็พักผ่อน ให้เวลากับคนอื่นบ้าง



หนังสือ..ที่บ้าน

มุม
โปรดของบ้านหลังนี้ ก็คือห้องนี้เอง พี่เรียกว่าห้อง study room ซึ่งจะมีหนังสือที่พี่ต้องใช้ประจำๆ อยู่สามประเภทคือ
หนังสือสารคดี หนังสือความรู้ทั่วไปด้านบรรณารักษ์ศาสตร์และการจัดการความรู้ และอีกประเภทคือ คือ หนังสือธรรมะ
แต่เชื่อมั้ย-หลังจากที่ไปปฎิบัติธรรม
ที่วัดท่ามะโอ ลำปางเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่าน ทำให้รู้ว่า หนังสือธรรมะที่อ่านนั้นพี่ไม่ได้เข้า
ใจจริง พราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่ได้อ่านหรือเขียนเท่านั้น แต่เราต้องลงมือปฎิบัติธรรมด้วย โดยการเจริญสติภาวนา ซึ่งจะทำให้
เข้าใจถึงการมีสติและปัญญาที่แท้จริง และมันก็ไม่ได้ทำได้ง่ายๆนะ เพราะเราให้เวลากับการใช้ชีวิต ในสังคมมากกว่าการปฎิบัติ
ธรรม ปฎิบัติในที่นี่ ก็เช่น การกำหนดลมหายใจ การทำสมาธิ การนั่งกรรมฐาน การเดินจงกม เพื่อให้เข้าใจถึงสภาวธรรม
พี่เคยไปบวชชีพราหมมาสามครั้ง ก็ไม่เข้าใจ เพราะเวลาจิตไม่สงบ เมื่อพ้นจากการปฎิบัติ กลับมาก็เหมือนเดิมอีก

ปัจจุบันนี้ ทุกเช้าตื่นนอนกับก่อนนอน พี่จะกำหนดลมหายใจเข้าออก ท่องบทสวดมนต์โม พี่กำหนดลมหายใจเพราะจิตเราจะ
ไม่ลอยออกไปคิดในเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา จิตจะได้นิ่ง จะทำให้มีสติ การมีสติจะทำให้เกิดปัญญา แล้วพอ
กำหนดนโมสามจบ แผเมตตา จะทำให้เราสงบ เวลาขับรถก็ทำได้เหมือนกัน ในขณะที่ทำเช่นนี้ จะทำให้เราไม่คิดเรื่องอื่นเลย
และส่วนหนึ่งที่ทำให้เรียนรู้ก็คือ การเดินจงกม ที่ทำให้เรามีสติกับธาตุ ทั้งสี่ ดิน น้ำ ลมไฟ เค้าเดินทำไม ก็เพื่อให้เรารู้สภาวะ
ธรรม ทุกสิ่งรอบตัวเราเป็นสิ่งสมมติหมด

การนั่งสมาธิก็เหมือนกัน เราจะนิ่ง ไม่ยึดติด จริงๆพี่ถือว่าเป็นนักเรียนอนุบาลของผู้ปฎิบัติธรรม การไปคราวนี้ เพิ่งจะเข้าใจ การมี
สติกับมีสมาธิ จะช่วยเราได้มากเมื่อเรามีความเครียด หรือไม่สบายใจ การละความเครียด หรือความทุกข์ทำได้ทางเดียวคือการมี
สติกับทุกเรื่อง การปล่อยวางจะทำให้เราสบายใจ เข้าใจชีวิต เข้าใจสังคมมากขึ้น การคาดหวังจากสิ่งรอบตัว ทุกอย่างเป็นความ
ทุกข์ทั้งสิ้นเราละจากความทุกข์เหล่านั้นไปไม่ได้ ถ้าเราไม่คุมที่จิตเราเอง



แนวคิดดีๆที่เกิดขึ้น..ที่บ้าน

 

พี่ชอบงานเขียนมาก และมักจะเกิดแนวคิดดีๆจากการนั่งทำงานที่บ้านเสมอ การเขียนถือเป็นการสื่อสารในความคิด เขียนหรือถ่ายทอดด้วยรูปภาพ และเป็นการให้คำตอบกับตัวเอง และยังทำให้เราได้เผยแพร่ไปยังผู้อื่นอีกด้วย  

งานเขียนที่พี่กำลังคิดอยากเขียนมาที่สุดตอนนี้ คือเรื่องเกี่ยวกับการอ่าน คิดว่าจะเขียนเกี่ยวกับการอ่าน และ เรื่องเกี่ยวกับ ICT
literacy คือ คือ มาตรฐานการรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศ  เพราะการอ่านสมัยนี้ต่างจากสมัยก่อนมาก มันเป็นคำถามที่อยาก
จะรู้ว่า ผลสัมฤทธิ์จากการอ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างไร  และสนใจหนังสือทางด้านการบริหาร การจัดการความรู้ การจัดการสารสนเทศในองค์กร เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการใช้สารสนเทศทั้งสิ้น เพราะความสำเร็จขององค์กรต้องเกิดจากการจัดการสารสนเทศให้เป็นระบบก่อน การบริหารผู้ใช้ให้เข้าถึงระบบ การจัดการสารสนเทศเป็นพื้นฐานของทุกเรื่อง

ปัญหาที่น่ากังวลตอนนี้ก็คือ การไม่อ่าน ทำให้คนไม่เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ไม่ดูสารคดี ไม่ดูข่าว เด็กๆเข้าเว็บอาจไม่ได้อ่านอะไรที่เป็นสาระความรู้นอกจากความบันเทิง เรื่องนี้น่าจะทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญในการช่วยแก้ปัญหา หรือช่วยกันสร้างกระบวนการให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากยิ่งขึ้น ซึ่งความจริงเป็นหน้าที่ของวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์อยู่แล้ว ในการสนับสนุนให้คนในสังคมมีความรู้มาก เพื่อสร้างสังคมไทยให้เข็มแข็งยิ่งขึ้น

สำหรับเรื่องรางวัลบรรณารักษ์ดีเด่นที่ได้รับ ต้องขอบคุณสำหรับรางวัลของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย และกำลังใจที่
ได้รับ แต่คงไม่ใช่จุดสำคัญทั้งหมดของเรื่อง จุดสำคัญคือเราได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับสังคมบ้าง และมีผลกระทบต่อการ
เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ ดังนั้น ความภาคภูมิใจอยู่ที่คนได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เราทำจริงๆ เพราะพี่คิดว่าการทำงาน
ทุกอย่างด้วยความรักและด้วยหัวใจเป็นความสุขของชีวิต


 
 
 


LibrarianMagazine.com