lib
 

นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๘  ตุลาคม ๒๕๕๑

 
 




เลโอนาร์โด ดาวินชี : อัจฉริยะผู้เกิดก่อนยุคสมัย โดย วิจิตรา ประยูรวงษ์

ที่มา
: วิจิตรา ประยูรวงษ์. "บรรณารักษ์ชวนคุย ตอน เลโอนาร์โด ดาวินชี : อัจฉริยะผู้เกิดก่อนยุคสมัย." สาระสังเขปหนังสือใหม่ (มิถุนายน 2551).
กลุ่มงานห้องสมุด สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
 
   
 
 
 ภาพเหมือนของตัวเอง ปี ค.ศ.1512

 
 
ภาพวาดโมนาลิซา ที่ดาวินชีเก็บไว้กับตัวตลอดชีวิต


รูปแสดงกล้ามเนื้อของมนุษย์ที่ดาวินชีศึกษาจากศพของชายแก่คนหนึ่ง

ประวัติ เลโอนาร์โด ดาวินชี

เกิดวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1452 ณ หมู่บ้าน
วินชี เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ได้รับการ
ยกย่องว่าเป็นผู้ รอบรู้ในศาสตร์และศิลป์แทบทุก
แขนง เขาเป็นศิลปินเอก เป็นยอดวิศวกร และเป็น
นักวิทยาศาสตร์ที่สร้างสรรค์ผู้มีคติประจําใจว่า

" การเสาะแสวงหาความรู้อยู่เสมอเป็นวิถีชีวิตของคนเก่ง "

ความสนใจของดาวินชีนั้นหลากหลาย เขาได้
ศึกษาลักษณะการไหลของนํ้า วิธีการบินของนก
และระบบการไหลของโลหิตในร่างกายคน

นอกจากนี้เขาก็ยังสามารถวาดภาพได้งดงามยิ่งนัก
เลโอนาร์โด ดาวินชีเสียชีวิตที่เมืองออมบัวซ์
ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1519 รวมอายุ 67 ปี




 
 
 

ในปัจจุบัน ทุกคนต่างก็มีหน้าที่การงานที่ตัวเองต้องทำ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาชีพที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะ
ทางในด้านต่างๆ ที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคน แต่ในยุคเรอเนซองส์ ยังมีชายผู้หนึ่งเป็นทั้ง จิตรกร และนัก
วิทยาศาสตร์ เขามีความรู้ในสรรพวิชาต่างๆ มากมาย ทั้งคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยาและพฤกษ
ศาสตร์ ไปจนถึงสัตววิทยา สรีระวิทยา ชลศาสตร์และกลศาสตร์

ด้วยความรู้อันหลากหลายในศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานอมตะ ฝากไว้ให้คน
รุ่นหลังได้ศึกษา และชื่นชม หลายคนยกย่องให้เขาเป็นยอดอัจฉริยศิลปินแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา จนกล่าว
กันว่าเขาคือบุรุษผู้เกิดก่อนยุคสมัย และมีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าคนในยุคเดียวกัน เขาผู้นั้นคือ เลโอนาร์โด
ดาวินชี

เมื่อพูดถึง เลโอนาร์โด ดาวินชี แล้ว หลายคนอาจนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง รหัสลับดาวินชี (The Da Vinci
Code) ที่สร้างจากนวนิยายอันลือลั่นของแดน บราวน์ นวนิยายเรื่องนี้เป็นการเอาผลงานของดาวินชีมาผูก
โยงเข้ากับการคลี่คลายปริศนาของสมาคมลับกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการปกปิดประวัติที่แท้จริงของพระเยซู รวมทั้ง
ปริศนาของจอกศักดิ์สิทธิ์ นับว่านวนิยายเรื่องนี้เป็นการเผยแพร่ผลงานอันน่าอัศจรรย์ของดาวินชีให้ผู้คนทั่ว
โลกได้รู้จัก และหันมาสนใจในผลงานอมตะของยอดอัจริยะผู้นี้ได้เป็นอย่างดี


ภาพพระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้าย (The Last Supper)

ผลงานของดาวินชีแต่ละชิ้นล้วนมีสิ่งที่ต้องให้ขบคิดอยู่เสมอ ยากที่ใครจะมองผ่านเลยไปได้ เพราะอาจมี
ความหมายซ่อนอยู่ เช่น ภาพโมนาลิซ่า บ้างก็ว่ามองทางขวาเป็นผู้ชาย มองทางซ้ายเป็นผู้หญิง นัยน์ตา
และรอยยิ้มอันลึกลับนั้นชวนให้รู้สึกถึงความร้อนรุ่ม หรือเป็นรอยยิ้มอันสงบนิ่งกันแน่ แม้แต่ภาพพระกระยาหาร
ค่ำมื้อสุดท้ายที่ผู้คนต่างพากันฉงนว่า เหตุใดดาวินชีถึงได้วาดภาพเหตุการณ์พระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้ายเป็น
เช่นนี้ แล้วคนที่อยู่ข้างพระเยซูนั้นเป็นหญิงหรือชาย แล้วเหตุใดถึงมีลักษณะการแต่งกายที่คล้ายกับพระเยซู
เพียงแต่สลับสี และสลับข้างกัน มือที่ถือมีดนั้น เป็นมือของใคร เป็นต้น คำตอบของคำถามเหล่านี้ คงเป็นที่
ถกเถียงอันอีกนาน เพราะไม่อาจมีใครที่จะล่วงรู้คำตอบที่แท้จริงได้ นอกเสียจากตัวดาวินชีเอง

ในศตวรรษที่15 ผู้คนยกย่องดาวินชีในฐานะจิตรกร แต่มีน้อยคนนักที่จะยอมรับในแนวคิดด้านอื่นๆ ของเขา
เนื่องจากว่าเป็นเรื่องที่ล้ำสมัยเกินกว่าจะจินตนาการตามอัจฉริยะผู้นี้ได้ แนวคิดและผลงานอันสร้างสรรค์ของ
เขา สามารถยกตัวอย่างพอสังเขป ได้แก่
 
วิทรูเวียนแมน (The Vitruvian Man)
ผู้เขียนเชื่อว่าคุณผู้อ่านบางท่านคงเคยผ่านตากับภาพวาดของบุรุษผู้นี้ นั่นก็
คือภาพ "วิทรูเวียน แมน" ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ดาวินชีศึกษาสัดส่วนกาย
วิภาคมนุษย์อย่างละเอียด จนพิสูจน์ทฤษฎีบทของ "วิทรูเวียน" ผู้เป็น
สถาปนิกยุคจักรวรรดิโรมันได้สำเร็จว่า "ร่างคนยืนกางแขนขาจะเป็นรูปทรง
เรขาคณิตที่สมบูรณ์เสมอ" และนับเป็นการเปิดประตูสู่ศาสตร์กายวิภาคครั้ง
สำคัญ
   
รถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (The Self-Propelled Car)
ถือได้ว่าเป็นรถที่ไฮเทคล้ำยุคมากในสมัยนั้น เพราะรถที่มีตัวถังทำจากไม้คันนี้ สามารถแล่นขับเคลื่อนด้วยตัวมันเองด้วยแรงส่งและการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ระหว่างสปริงและเกียร์ที่ล้อ เมื่อปี พ.ศ.2547 นักวิทยาศาสตร์ประจำพิพิธภัณฑ์ในเมืองฟลอเรนซ์ทดลองสร้างแบบจำลองรถรุ่นนี้ ตามแบบที่ดาวินชีร่างเอาไว้และพบว่าวิ่งได้จริง
   
เครื่องร่อน (The Winged Gilder)
ภายในคลังจินตนาการอันไม่มีที่สิ้นสุดของดาวินชีนั้น มี "เครื่องกลบิน
ได้" รวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก รวมถึง "เครื่องร่อน" ซึ่งตรงบริเวณปีก
มีแผ่นบังคับเปิด-ปิดควบคุมทิศทางได้ และในตัวเครื่องร่อนยังมีเกียร์
ควบคุมความเร็วที่นั่งติดอยู่ด้วย
   
สะพานชักรอก (The Revolving Bridge)
ดาวินชีออกแบบสะพานสำหรับใช้ในการเคลื่อนพลผ่านพื้นที่ในสมรภูมิทุรกันดาร ต่างๆ เช่น การยกพลข้ามแม่น้ำ ตัวสะพานดังกล่าว
มีระบบชักรอกและสายพาน ทำให้ทหารกางออกมาใช้งานและชักรอก
เก็บได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในเครื่องจักรทุ่นแรงอีกหลายชนิดจาก
การคิดค้นของดาวินชี
   
เทคนิคการเขียนกลับทาง (Mirror Writing)
เทคนิคการเขียนตัวอักษรย้อนกลับทิศทางจากตัวหลังไปตัวหน้าของ
ดาวินชี สร้างข้อถกเถียงให้กับนักวิชาการจนถึงวันนี้ว่า เป็นวิธีการเข้า
รหัสแบบโบราณที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นๆ ลอบอ่าน
และขโมยข้อมูลในบันทึกส่วนตัว หรือจริงๆ แล้วเป็นเพียงเพราะดา
วินชี "ถนัดซ้าย" จึงคิดวิธีเขียนกลับหลังแบบนี้เพื่อไม่ให้น้ำหมึกเปื้อน
มือกันแน่

ผลงานทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใด ดาวินชีจึงได้รับการขนานนามว่าอัจฉริยะผู้เกิดก่อน
ยุคสมัย เพราะสิ่งที่เขาสร้างสรรค์นั้นเกินความนึกคิดของคนสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ถ้าเราลองคิด
เล่นๆ ว่าหากเขาได้เกิดมาในยุคนี้เขาคงสามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่านี้เป็นแน่

งานของดาวินชี บางคนมองว่ามันเกินกว่าศิลปะไป แต่ความจริงแล้วการที่ดาวินชีศึกษาในศาสตร์
อื่นๆ นอกเหนือจากศิลปะนั้น ล้วนเป็นการเสริมสร้างงานศิลปะของเขาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กล่าวกันว่า
ก่อนที่เขาจะลงมือวาดรูปสิ่งใดๆ ก็ตาม เขาต้องศึกษาสิ่งเหล่านั้นอย่างลึกซึ้งก่อนที่จะวาดเลยที
เดียว เช่นรูปทารกในครรภ์มารดา หรือรูปกายวิภาคศาสตร์ เขาถึงขนาดต้องลงทุนผ่าศพเพื่อให้เห็น
กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ ไปจนถึงเส้นเอ็นเลยทีเดียว ในปัจจุบันรูปวาดของเขาก็ยังถูกบรรจุไว้ใน
ตำราแพทย์ด้วย รวมทั้งในวิชาชีพศิลปะก็ยังบรรจุหลักสูตรกายวิภาคศาสตร์ให้เด็กที่เรียนศิลปะได้
เรียนด้วยเช่นกัน

ดังนั้น การที่เราจะเรียนรู้ในศาสตร์อื่นๆ บ้างจึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะบางที การที่สนใจเพียงในศาสตร์
ที่เรียนมานั้น เราอาจจะมองข้ามบางสิ่งที่สามารถเสริมสร้างงานของเราให้สมบูรณ์มากขึ้นได้ เช่น
เดียวกับในการทำงาน เราควรจะเรียนรู้ในวิชาการศึกษาอื่นเพิ่มเติม เช่น ภาษา คอมพิวเตอร์
กฎหมาย ดนตรี หรือเรื่องใดก็ได้ที่เรามีความสนใจเป็นพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกซึ้งอย่าง
ดาวินชีก็ได้ แต่การศึกษาเรียนรู้ในศิลปะวิชาการต่างๆ หรือแม้กระทั่งการติดตามข่าวสารรอบตัว ก็
ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มเติมความรู้ และอาจเสริมสร้างการทำงานของเราให้ดีขึ้น ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง
เพราะไม่มีวิชาการ หรือความรู้ใดที่ไม่มีประโยชน์ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับ
เราหรือไม่ต่างหาก



ติชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่
booksapa@hotmail.com

บรรณานุกรม

เคนเน็ธ แมคลีช. “ถอดรหัสชีวิตดาวินชี.” National Geographic ฉบับภาษาไทย. ปีที่ 4 ฉบับที่ 46
(พฤษภาคม 2548), หน้า 35 - 53.

เจษฎา ทองรุ่งโรจน์ (บรรณาธิการ). “โมนา ลีสา กับเลโอนาร์โด ดา วินชี ตำนานชั่วกัลปาวสาน.”
 มิติชุมชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 29 (ตุลาคม 2550), หน้า 10 – 47.

_________________________. เลโอนาร์โด ดา วินชี : ชีวิตและงานของบุรุษแห่งสหัสวรรษ ยอด
อัจฉริยะแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา มนุษย์สากล. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ , 2549.

แดน บราวน์. รหัสลับดาวินชี. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : แพรวสำนักพิมพ์ , 2549.
 
10 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของเลโอนาร์โด ดาวินชี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=20013 (5 มิถุนายน 2549)
Leonardo da Vinci. [Online]. Available : http://www.mos.org/leonardo/(4 June 2008)
 

 
 


LibrarianMagazine.com