นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑
กว่าจะได้เป็นครูบรรณารักษ์ การสอบบรรจุเป็นข้าราชการเป็นเรื่องยากมาก แต่ที่ยากกว่าคือบรรจุครูเอกบรรณารักษ์ เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งจะมีครูบรรณารักษ์ เพียงคนเดียว แต่ สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ จะมีครูหลายคนมาก เช่น ครูภาษาไทย ครูคณิตศาสตร์ดังนั้นกว่าบรรณารักษ์คนเก่าจะเกษียณ (อายุ 60 ปี) ต้องรอนาน มาก สำหรับการสอบในเดือน พ.ค.51 ที่ผ่านมา บรรณารักษ์เปิดรับ 4 ตำแหน่ง ทั่วประเทศไทย เขตละ 1 ตำแหน่ง ต้องเลือกสอบที่ใกล้บ้านที่สุด คือ เขต กทม.เขต1 คนสมัครทั้งหมด 100 กว่าคน เป็นการสอบครั้งแรก ที่สอบในครั้งนี้ไม่คิดว่าจะสอบได้ที่ 1 จะเป็นครูบรรณารักษ์เลยไม่ใช่ แต่ขอแค่ขึ้นราย ชื่อก็พอ อีกอย่างอายุยังน้อย 22 ปีเอง เพิ่งจะเรียนจบเมื่อมี.ค.51 ที่ผ่านมาค่ะ พอสมัครสอบได้แล้วมีเวลาอ่านหนังสือ 1 สัปดาห์ ถามว่าตั้งใจอ่านรึเปล่า ก็ตั้งใจนะ แต่ไม่ได้คิดอะไร แค่มุ่งมั่นว่าเราอยากเป็นครู อยากเป็นข้าราชการ แบบพ่อกับแม่ของเรา ถึงจะเงินเดือนน้อย ถ้าเราใช้แบบพอดีมันก็พอ และอาจจะรวยได้ด้วยซ้ำ เพราะสอนให้เรารู้จักเก็บและอดออม 1 สัปดาห์ กับการเตรียมสอบภาค ก (ภาค ก เป็นมี 4 วิชา 1. การเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย 2. คณิตศาสตร์ ภาษาไทย 3.พรบ.ต่างๆด้านการศึกษา 4.บรรณารักษ์ ) เป็นข้อสอบที่ยากมาก ทำไม่ได้วิชาแรก แต่ 2-3-4 ก็พอทำได้ อาจจะเป็นเพราะเพิ่งจะเรียนจบ ความรู้ที่ได้เรียนมาก็ใหม่ๆ ยังไม่ลืม แต่ คิดว่าคงไม่ผ่านหรอกเพราะต้องผ่านภาค ก 60%ของคะแนนทั้งหมด แต่ก็สอบผ่านภาค ก ดีใจมากมาก ดีใจกว่าเรียนได้เกรด 4.00 อีก จาก 100 กว่าคน ผ่านภาค ก แค่ 19 คน และคือ1 ในนั้น อีก 1 สัปดาห์สำหรับการเตรียมตัวสอบภาค ข (ภาค ข สอบ1 วิชา คือวิชาชีพครู และสอบสัมภาษณ์) หาซื้อหนังสือสอบยากมาก ไปที่ไหนก็หมด ต้องไป ซื้อถึงหน้าราม ในการสอบครั้งนี้มีความมุ่งมั่น เพราะอยากติด1 ใน 5 มีเวลาอ่านหนังสือ 3 วัน ต้องทำงานด้วย เป็นคนบ้าอ่านหนังสือ อ่านหนังสือจนจำได้ หมดทั้งเล่มเลย พกความมั่นใจไปสอบ ปรากฏว่าไปสอบแล้วรู้สึกดีมาก เพราะทำได้เกือบหมดทุกข้อ ส่วนสอบสัมภาษณ์ก็สบายๆไม่มีอะไร เพราะไปฝึก งานที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park มา เลยทำห้องสมุดให้เป็นแบบ TK Park คณะกรรมการก็ประทับใจ วันประกาศผลสอบก็มาถึง ตื่นเต้นมากอยากรู้ว่าจะได้ที่เท่าไหร่เพราะภาค ข ทำได้ 100% แต่ต้องรวมคะแนนภาค ก กับภาค ข ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าติด1 ใน 3 และผลสอบก็ออก ได้ลำดับที่ 1 รู้สึกภาคภูมิใจ และรู้สึกว่าเป็นคนที่โชคดี ประสบความสำเร็จในชีวิต ได้เป็นข้าราชการที่มีอายุน้อยมาก คิดว่าการ สอบข้าราชการเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัย ความเก่ง + ดวงที่เฮง + โอกาส ถ้ามี 3 อย่างนี้รับรองค่ะ สอบติดแน่ๆๆ เริ่มงานครั้งแรก พอสอบติดแล้วก็รีบลาออกจากที่ทำงานเดิม เลย เพราะกำลังจะผ่านโปร 3 เดือนอยู่พอดี ประกาศผลสอบวันพฤหัสบดี ลาออกจากงานวันศุกร์ และต้อง รายงานตัวที่เขตในวันจันทร์ หลังจากรายงานตัวแล้วก็รู้ว่าร.ร.ที่หนูต้องไปนั้นคือร.ร.ไตรมิตรวิทยาลัย และเริ่มงานในวันอังคาร ร.ร.ไตรมิตรฯ เป็นร.ร.ที่ อยู่ในวัด เป็นร.ร.ชายล้วน ส่วนห้องสมุดกำลังปรับปรุงอยู่ ตอนที่มาทำงานมีหัวหน้าห้องสมุดซึ่งจบวิทยาศาสตร์และพี่บรรณารักษ์(อัตราจ้าง) ระหว่างที่ห้องสมุดกำลังปรับปรุงได้ไปเรียนรู้งานที่ ม.ศรีปทุม เตรียม ตัวเยอะมากกับห้องสมุดที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากหนังสือเก่าๆๆๆเยอะ หลังจากห้องสมุดเสร็จต้องมาเคลียร์หนังสือทั้งหมด หนังสือจะกองรวมกันหมดเลย ต้องมานั่งแยกหนังสือเป็นหมวดๆซึ่งการแยกหนังสือครั้งนี้ได้เพิ่มหมวด ไป 2 หมวด คือหมวดคู่มือนักเรียนคู่มือครู และ หมวดหนังสือภาษาจีน ร.ร.ไตรมิตรเป็นร.ร.ที่เน้นภาษาจีนมากเป็นภาษาที่ 2 รองจากภาษาอังกฤษ อาจจะ เป็นเพราะอยู่ย่านเยาวราชคนจีนเยอะ หลังจากแยกหนังสือเป็นหมวดแล้วก็มาคัดหนังสือเก่าออกในแต่ละหมวดที่ละหมวด เหนื่อยจริงๆๆค่ะ พอคัดหนังสือ ที่จะเอาขึ้นชั้นเสร็จก็เอาหนังสือมาติดแถบสีตามหมวดและนำขึ้นชั้น ส่วนหนังสือที่เก่าก็มัดเชือกและใส่ลัง ประมาณ 120 ลัง ผลไม้อ่ะค่ะ เพื่อไปบริจาค ที่ ห้องสมุดวัดเขา อยู่ที่โคราช ซึ่งเป็นวัดในเครือวัดไตรมิตรค่ะ เรื่องเล่าเกี่ยวกับห้องสมุดใหม่และงานบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน การออกแบบห้องสมุดใหม่ ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรฯมีโครงการจะทำห้องสมุดใหม่ และได้ปรึกษากับพี่น้อง ( รศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน ) ซึ่งพี่น้องเป็นลูกศิษย์ของผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรฯ ให้มาช่วยค่ะ พี่น้องก็ให้ทีมที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมช่วยมาออกแบบให้ โดยมี คุณณัฐวุฒิ กิ่งตระการ เป็นผู้ออกแบบ ค่ะ ท่านผู้อำนวยการเห็นแบบห้องสมุดก็พอใจมาก แล้วก็ให้ช่างมาทำตามแบบนี้โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากพระเทพภาวนาวิกรมและสมาคมนักเรียนเก่าสาม จีน-ไตรมิตรวิทยาลัย พอห้องสมุดเสร็จ เคลียร์ห้องสมุด ก็มี พิธีเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ ๒๓ กันยายน โดยคุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ก่อนหน้านี้เด็กๆ ก็มาถาม ทุกวันว่าเมื่อไหร่จะเปิดๆ ก็จะบอกว่าช่วยครูทำงานสิจะได้เปิดเร็วๆ เด็กๆก็จะมาช่วยกันทำงาน พักกลางวันและหลังเลิกเรียนก็จะ มาช่วยกัน สำหรับการเปิดห้องสมุดใหม่ ก็ได้ทำหนังสืออิเลคทรอนิกส์ (E-book) ซึ่งเป็นจุดเด่นของงานนี้ โดยไปศึกษาการทำที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีพี่ทิพย์เป็นพี่เลี้ยง คอยสอนและให้คำชี้แนะหมดทุกอย่าง E-book ที่ทำมีทั้ง 21 เล่ม มีหนังสือเก่าบ้าง หนังสือจีนบ้าง สลับปนกันไป การทำ E-book นี้ใช้โปรแกรม flip Album เป็นโปรแกรมของ ดร. ไพฑูรย์ อาจารย์ใจดีมากค่ะ มีปัญหาก็ไปปรึกษาอาจารย์ได้ อาจารย์สอนอยู่ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งเคยไปปรึกษาท่านแล้ว อยากทำห้องสมุดแห่งนี้แตกต่างจากห้องสมุดเดิมอย่างสิ้นเชิง ก็มีโอกาสไปพูดคุยกับท่านผู้อำนวยการ และนำรายงานการฝึกงานไปให้ท่านผู้อำนวยการดู จากห้องสมุดที่ตายๆ ก็เลยมีความคิดที่ว่าจะทำให้มีชีวิตมากขึ้น ซึ่งบรรยากาศหรือสภาพในห้องสมุดก็พร้อมแล้ว เพราะเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ของน.ร. และดึงดูดให้น.ร.เข้ามาใช้มากมาย แต่ที่คิดจะทำคือการบริหารงานห้องสมุดอย่างเป็นระบบและขาดไม่ได้คือ การจัดกิจกรรมที่หลากหลายให้ สลับปะปนหมุนเวียนให้มีชีวิต ห้องสมุดมีชีวิตเป็นอย่างไร(หลายคนอาจจะถาม) ห้องสมุดจะต้องไม่ตาย ไม่เงียบเหงา ต้องมีเด็กเข้ามาใช้อย่างมากมายและต่อเนื่อง คือเราต้องจัดกิจกรรมที่ น่าสนใจสำหรับน.ร. เช่น มีหนังสือ มีอีบุ๊ค มีเพลง มีหนัง มีอินเตอร์เนท อยากทำมินิโฮมเธียร์เตอร์ เหมือนมหาวิทยาลัย จะมีฉายภาพยนตร์เรื่องอะไรๆ ติด ประกาศไว้ ตอนพักกลางวัน เด็กก็จะเข้ามาชม กิจกรรมในด้านวิชาการก็มีนะคะ เช่น คำถามประจำสัปดาห์ ห้องสมุดเคลื่อนที่ ตะกร้าความรู้ ฯลฯ การจัดกิจกรรมพวกนี้เป็นกิจกรรมด้านการบันเทิงเพื่อดึงให้เด็กเข้ามาห้องสมุด น.ร.จะอินห้องสมุดเหมือนอินกับเกม และเป็นผลต่อเนื่องคือ น.ร.จะรักและหวง แหนห้องสมุด ทำให้น.ร.รักการอ่านได้โดยไม่รู้ตัว งานห้องสมุด เป็นงานของที่ต้องรับผิดชอบ ดังนี้ งานบริหาร งานดูแลห้องสมุด งานจัดหาสื่อ งานบริการ และ งานสอนด้วย บรรณารักษ์ก็ต้องสอนด้วยค่ะ สอนวิชาการใช้ห้องสมุด สอน ม. 1 และ ม. 4 สัปดาห์ละคาบ สำหรับ ม.1ก็สอนให้เรียนรู้จักห้องสมุดเป็นแหล่งข้อมูล ม.ปลายต้องสอนให้เป็นพื้นฐานเพื่อ เข้าไปใช้ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยได้ สำหรับการทำงานในครั้งนี้หนักเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นงานที่เริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีอะไรเลย ก็สู้ค่ะ รู้สึกมีกำลังใจในการทำงานเมื่อเห็นน.ร. หรือบรรณารักษ์จิ๋ว มาช่วยกันทำงาน เราต้องมาเรียนรู้ระบบราชการ ต้องจัดซื้ออย่างไร เวลาจะทำอะไร ต้องมีบันทึกข้อความ เราไม่เคยเรียนตรงนั้นมา ต้องมาเรียนกับประสบการณ์ เรียนรู้ระบบราชการทั้งหมดเลย จากพี่ที่ทำมาก่อน ต้องบูรณาการความรู้กันค่ะ และต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ต้องเตรียมตัวพบปัญหาต่างๆด้วยค่ะ การได้มาทำงานห้องสมุดนี้ รู้สึกภูมิใจค่ะที่เรียนมาทั้งหมด 4 ปี ต้องใช้ทั้งหมดเลย ย้ำค่ะ ทั้งหมดเลย ทุกอย่างที่เรียนมา จากการปลูกฝังที่คณะศึกษาศาสตร์ ( มหาวิทยาลัยบูรพา) ทำให้รักและเข้าใจ น.ร. และอยากจะทำเพื่อเค้า อย่างห้องสมุดก็พบปัญหา เช่น เสียง ห้ามส่งเสียงดังในห้องสมุด ในความเป็นจริงแล้วห้อง สมุดเราเล็กๆ เราตะโกนเตือนก็แล้ว ก็ยังไม่ได้ยิน ไม่ฟังแล้ว จำเป็นต้องใช้วิธีปิดไฟ มืดเลย เด็กก็จะเงียบทันที ตกใจ เราก็เริ่มพูดตอนนั้นได้ แต่วิธีนี้ใช้ไม่บ่อย ในกรณีที่ดังมากจริงๆ ได้ผลค่ะ หรือ อีกเรื่องจะไปบังคับเด็กใช้คอมฯ 20 นาที ก็ทำไม่ค่อยได้ เราไปนั่งจับเวลาไม่ได้ เลยต้องปล่อยให้เป็นธรรมชาติของเด็ก เค้าจะต่อคิวกันเองดีกว่า ก็ต้องแก้ปัญหา การแก้ปัญหาทำให้ชีวิตสนุกไปอีกแบบค่ะ อยากฝาก .. บอกน้องๆว่า ขณะเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย อยากให้น้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆจากการทำกิจกรรมหรือการเรียนให้มากๆ ชีวิตในวัยเรียนแตกต่าง จากการ ทำงานมาก ถ้าไม่ตั้งใจเรียนเมื่อจบมาทำงาน น้องจะอยากย้อนเวลากลับไปเรียน จะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น แต่พอถึงตอนนั้นก็คงเป็นไม่ได้แล้วนะคะ เต็มที่ในทุกอย่างดีกว่า 4 ปีมันสั้นมาก สำหรับน้องที่เรียนบรรณารักษ์และอยากจะเป็นบรรณารักษ์จริงๆ พี่อยากให้น้องเก็บหนังสือตั้งแต่ปีหนึ่งเก็บใส่กล่องไว้เลยค่ะ เพราะได้ใช้หมดค่ะ ที่เรียนยังเป็น แค่น้ำจิ้มเท่านั้นเองค่ะ ประสบการณ์จากการเรียนและการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยจะสอนน้องเองค่ะ
LibrarianMagazine.com