lib
 

นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๑

   
 
   
บรรณารักษ์ป้ายแดง ตอนที่ หนึ่ง โดย หัวใจห่อใบตอง
 

  ฉันยังจำวันนั้นได้ดี วันสุดท้ายที่ฉันและเพื่อนต้องจากลากัน ตลอดเวลา4 ปี ความรู้สึกดีๆ ของฉันมีให้เพื่อนอยู่เสมอวันสุดท้าย
ที่เราจะอยู่พร้อมหน้ากัน ชั่วโมงสุดท้ายที่เราจะได้นั่งเรียนหนังสือห้องเดียวกัน นาทีสุดท้ายที่ฉันจะมีโอกาสเรียกตัวเองได้เต็ม
ปากว่านิสิต

นับจากวันนั้นมาก็เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้วที่ฉันได้ใช้ชีวิตเป็นว่าที่บัณฑิตสาขาบรรณารักษศาสตร์ ทุกครั้งที่หวนคิดถึงภาพ
ขณะที่ฉันและเพื่อนๆ ได้ออกค่ายพัฒนาห้องสมุด รอยยิ้มเคล้าเหงื่อไคล ฉันมักจะอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เสียทุกครั้งไป ฉัน
ตระเวนเดินเตะฝุ่นสมัครงานหลายต่อหลายที่ แต่ก็ปราศจากการตอบกลับจากบริษัทเหล่านั้น ฉันพึงระลึกอยู่เสมอว่า คงเป็น
เพราะเกรดเฉลี่ยที่ค่อนไปทางต่ำของฉัน จึงทำให้ใบสมัครของฉันถูกคัดออกเป็นใบแรกๆ ถึงแม้กระนั้นก็เถอะ ฉันก็ยังคงรอการ
ตอบกลับอย่างใจจดใจจ่อ แต่ยิ่งวันเวลาผ่านไปเท่าใด ความหวังของฉันดูจะเลือนรางลงทุกที

เช้าวันนี้ก็เหมือนเช่นเคย ฉันทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้บนระเบียงชั้นสองของบ้าน หยิบหนังสือพิมพ์หัวสี ฉบับเช้าวันศุกร์ขึ้นมาอ่าน
พาดหัวข่าวใหญ่วันนี้มีข้อความว่า

“พิษเศรษฐกิจ บริษัทเอกชนจำใจปลดพนักงานหลายร้อยชีวิต”

ฉันนิ่งเงียบไปสักพัก สายตาจ้องเขม็งที่ข้อความพาดหัวข่าวอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่ฉันจะดึงความรู้สึกออกจากภวังค์และหยิบแก้ว
กาแฟขึ้นจิบ ฉันมักจะคิดทีเล่นทีจริงอยู่บ่อยๆ ว่า การเป็นคนตกงานก็ดีไม่ใช่น้อย ชีวิตไม่ต้องเหนื่อย กินๆ นอนๆ ไปวันๆ แต่
ภาพของหญิงวัยกลางคนที่ฉันเรียกว่าแม่ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ย้ำเตือนให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่เด็กที่จะแบมือขอเงินแม่อีกต่อ
ไปแล้ว ฉันจะต้องทำงาน ฉันจะมีเงินเลี้ยงตัวเองและแม่ ฉันจะมีเงินเดือนสูงๆ แต่ความฝันของฉันยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นความ
จริง ตอนนี้ฉันก็ยังตกงานอยู่เหมือนเดิม

ดวงอาทิตย์สาดแสงแห่งความร้อนกระทบระเบียงห้องของฉัน ฉันเหลียวมองนาฬิกาบนหัวเตียง มันบอกเวลา 9 โมงกว่าแล้ว
ฉันรีบคว้าผ้าขนหนูห่มตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ วันนี้ฉันจะทำเหมือนเช่นทุกวัน ฉันจะไปหางานทำ ถึงแม้รู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่
อย่างน้อยถ้าฉันเหนื่อย ฉันก็จะหลบอากาศที่ร้อนจัดภายนอกเข้าไปเดินตากแอร์ในศูนย์การค้า เมื่อฉันหายเหนื่อย ฉันจะกลับ
ไปเผชิญโลกอีกครั้ง

เสียงโทรศัพท์รุ่นที่เกือบตกยุคดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการสระผม ฉันรีบคว้าผ้าขนหนูห่มตัวที่เปียกโชก เดินไปหยิบ
โทรศัพท์ เบอร์ที่ฉันไม่คุ้นเคยทำให้ฉันลังเลใจอยู่สักพัก ก่อนที่จะกดรับ

“สวัสดีค่ะ” ฉันกล่าวสวัสดีด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร

“สวัสดีค่ะ คุณพิมพ์พรใช่มั้ยคะ?” เสียงหญิงสาววัยน่าจะใกล้เคียงกับฉัน เอ่ยถาม

“ค่ะ พิมพ์พรพูดค่ะ”

“คุณพิมพ์พรมีงานประจำหรือยังคะ?”

“ยังค่ะ” ฉันไม่ลังเลใจที่จะตอบ

“ค่ะ คุณพิมพ์พรพอจะว่างได้วันไหนคะ คือดิฉันโทรมาจากโรงเรียนประเสริฐวิทย์ นะคะ ทางเราได้อ่านใบสมัครของคุณแล้ว
จึงอยากเชิญให้มาสัมภาษณ์งานตำแหน่งบรรณารักษ์ค่ะ”

ฉันรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก อยากจะตะโกนกระโดดโลดเต้นให้สุดเหวี่ยง แต่ฉันก็ยังคงเก็บอาการไว้อยู่

“วันนี้เลยได้ไหมคะ พอดีดิฉันว่างอยู่พอดีเลยค่ะ”

“สักครู่นะคะ เดี๋ยวขอเรียนถามท่านผู้อำนวยการก่อนนะคะ” คู่สนทนาของฉันพูดจบพร้อมกับเงียบหายไปสักพัก

“ค่ะ คุณพิมพ์พรคะ วันนี้เป็นช่วงบ่ายนะคะ เชิญมาติดต่อที่ห้องธุรการได้เลยค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันจะไปตามกำหนดเวลานะคะ”

หลังจบการสนทนา ฉันกระโดดตัวลอยเหมือนคนไร้สติ ล้มตัวลงเกลือกกลิ้งบนพื้น พลางตะโกนไม่เป็นภาษา หลังจากตั้งสติได้
ฉันจึงรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอย่างรวดเร็ว ฉันใช้เวลาแต่งตัวเร็วกว่าทุกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนๆ ช่างดูเหมาะกับกระโปรงทรง
เอสีดำ ฉันรู้สึกว่าวันนี้ฉันแต่งตัวดูดีกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา หลังจากจัดแจงแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ฉันรีบคว้ากระเป๋าและซอง
เอกสารสำคัญ วิ่งลงบันไดมาชั้นล่าง แม่กำลังนั่งดูละครโทรทัศน์ช่วงสายอยู่ที่โต๊ะรับแขก ร้องทัก

“จะไปแล้วหรอ วันนี้จะไปสมัครที่ไหนล่ะ?”

“ไม่แล้วแม่ วันนี้หนูจะไปสัมภาษณ์งาน ลูกสาวแม่จะได้งานทำแล้วนะ”

“ดี โชคดีแล้วกัน อย่ากลับดึกล่ะ แม่เป็นห่วง แล้วจะให้รอกินข้าวมั้ย?”

“ไม่ล่ะจ้ะ แม่กินก่อนเลย หนูไปละนะ”

ฉันรีบสวมรองเท้า สองเท้าก้าวออกไปด้วยความมั่นคงและเร่งรีบ ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ ฉันใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงโรงเรียน
ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาทำให้ฉันรู้ว่าฉันมาก่อนเวลานัดถึง 2 ชั่วโมง หลังจากรับบัตรผ่านจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่
หน้าประตูแล้ว ฉันจึงเดินตรงไปที่ห้องธุรการ หญิงสาววัยใกล้เคียงกับฉันนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หล่อนคงเป็นคนที่สนทนา
กับฉันเมื่อช่วงเช้า เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ หล่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับถามฉัน

“คุณพิมพ์พรใช่ไหมคะ?”

“ค่ะ ทำไมคุณถึงรู้ว่าดินฉันชื่อพิมพ์พร?” ฉันถามหล่อนด้วยความประหลาดใจ

“พอดีดิฉันเห็นรูปถ่ายของคุณในใบสมัคร ไม่นึกว่าคุณจะมาเร็วขนาดนี้ เชิญนั่งรอที่โซฟาด้านโน้นก่อนนะคะ อ่อ ถ้าหิว โรง
อาหารอยู่ด้านข้างโรงเรียนนะคะ” พูดจบหล่อนก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

ฉันทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาสีดำ แอร์ในห้องเย็นฉ่ำ แต่ภายในร่างกายของฉันกลับร้อนผ่าว ฉันชักจะทนรอไม่ไหวเสียแล้ว
สิบสามนาฬิกาเศษ หญิงสาวเจ้าหน้าที่ธุรการที่ฉันเพิ่งทราบว่าเธอชื่อ เรณุกา เดินออกจากห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งตรงมาที่ฉัน

“คุณพิมพ์พรคะ เชิญที่ห้องผู้อำนวยการได้แล้วค่ะ” หล่อนพูดจบและเดินนำฉันไปที่หน้าห้องเล็กๆ เมื่อสักครู่

หญิงสูงวัย ดูภูมิฐาน สวมชุดไทยสายดอกสีฟ้า กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ เธอเงยหน้ามองฉันขณะที่ฉันเดิน
เข้าไป

“นั่งก่อนสิ” น้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม ไพเราะ ของเธอทำให้ฉันคลายความเครียดลงไปได้ในระดับหนึ่ง

“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบพลางเลื่อนเก้าอี้และนั่งลง

ผู้อำนวยการหยิบใบสมัครของฉันขึ้นอ่านอยู่ครู่หนึ่ง สายตากวาดไปมาบนใบสมัคร ท่าทางสนใจประวัติของฉันอยู่ไม่น้อย

“เพิ่งจบมาใหม่หรอ?”

“ค่ะ”

“แล้วสมัครงานที่อื่นไว้บ้างมั้ย?”

“สมัครค่ะ แต่ไม่มีที่ไหนเรียกสัมภาษณ์”

“ถ้างั้นที่นี่ก็ที่แรกเลยน่ะซี”

“ค่ะ”

“ถ้าได้ที่นี่แล้วจะทำไม?”

“ทำค่ะ” ถึงวินาทีนี้ฉันไม่ลังเลใจที่จะตอบแล้ว

“ตอนเรียนทำกิจกรรมเยอะดีนะ”

“ค่ะ ทำกับเพื่อนๆ ไปในนามภาควิชาค่ะ”

“อืม น่าสนใจดี”

ฉันรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ผู้อำนวยการมีทีท่าว่าจะรับฉันเข้าทำงาน

“เดี๋ยวรอทางเราติดต่อกลับไปนะ ขอปรึกษากับคณะกรรมการโรงเรียนก่อน”

“ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ”

“จ้ะ โชคดี หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกันนะ”

ฉันกราบลาและกลับมารอฟังผลที่บ้าน เย็นวันนั้นเอง ฉันได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ฉันรู้สึกคุ้นตา ฉันรีบกดรับทันที

“สวัสดีค่ะ คุณพิมพ์พร”

“ค่ะ พิมพ์พรพูดค่ะ”

“ดิฉันโทรจากโรงเรียนประเสริฐวิทย์นะคะ”

“ค่ะ ดิฉันจำเสียงคุณได้”

“คือดิฉันจะโทรมาแจ้งว่า ทางคณะกรรมการโรงเรียนพิจาณาแล้ว เห็นควรว่าจะรับคุณเข้าทำงานค่ะ สะดวกจะเริ่มงานวันจันทร์
นี้เลยไหมคะ?”

“ค่ะ สะดวกค่ะ”

คืนนั้น ฉัน พ่อ แม่ และน้องสาว เราร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้า พ่อดูจะดีใจกว่าฉันเสียอีกเมื่อรู้ว่าฉันได้งานทำแล้ว
หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป ฉันรีบเข้านอนทันที แต่ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ ในใจรู้สึกกระวนกระวาย อยากให้ถึงเช้าวันจันทร์
เร็วๆ ฉันนอนพลิกไปพลิกมา จนกว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบตีสองเข้าไปแล้ว

และเช้าวันจันทร์ก็มาถึง ฉันตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวออกมายืนรอใส่บาตร ก่อนที่ฉันจะเริ่มงานวันแรก ฉันมาถึงโรงเรียนราว
เจ็ดโมงกว่า นักเรียนยังไม่หนาตามากนัก โรงเรียนเอกชนแบบนี้มักจะมีนักเรียนน้อย ส่วนใหญ่พ่อแม่จะขับรถพาลูกมาส่งช่วง
เกือบเข้าเรียน

ฉันเดินเข้ามาที่ห้องธุรการ นั่งรออยู่ที่โซฟา ก่อนที่เรณุกา เจ้าหน้าที่ธุรการจะเดินเข้ามาทักทายฉันและพาฉันไปที่ห้องสมุด
ห้องสมุดของที่นี่อยู่ที่ชั้นสองของอาคารอำนวยการ ขนาดของห้องไม่กว้างไม่แคบจนเกินไป ตู้หนังสือตั้งขนานกับหน้าต่าง มี
โต๊ะสำหรับอ่านหนังสือวางอยู่เป็นระยะ มีบ้านหนังสือหลังเล็กๆ อยู่ที่มุมเด็ก สักพัก ผู้ช่วยบรรณารักษ์ที่ทำงานอยู่ก่อนหน้าฉัน
ก็มาถึง เรณุกาแนะนำฉันให้ผู้ช่วยของฉันรู้จักก่อนที่หล่อนจะเดินจากไป

“สวัสดีค่ะ” ฉันกล่าวคำทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ตามธรรมเนียม

“ค่ะ สวัสดีค่ะ” หญิงสาววัยกลางคนรับไหว้

“หนูชื่อพิมพ์พรนะคะ เรียกว่าพิมพ์เฉยๆ ก็ได้ค่ะ แล้วพี่ชื่ออะไรคะ?”

“ปราณี เรียกว่า ณี ก็ได้”

เราสองคนทำความรู้จักกันอยู่นาน ฉันพี่ณีอธิบายรูปแบบการทำงานทั้งหมดของห้องสมุด อย่างละเอียด กว่าจะครบ เวลาก็ล่วง
เลยมาจนถึงเวลาพักกลางวัน

หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว เด็กนักเรียนจะเข้ามาใช้ห้องสมุดเป็นจำนวนมาก ภาพความเงียบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยบรรดาเด็ก
กลุ่มต่างๆ ที่เข้ามาจับจองพื้นที่นั่งอ่านหนังสือ

หลังจากหมดเวลาพัก ห้องสมุดก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ฉันเดินจัดหนังสือเข้าชั้นพร้อมทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ต่างๆ ทั่ว
ห้อง

“พิมพ์ ผอ. โทรมาให้ลงไปพบข้างล่างน่ะ”

“ค่ะ” ฉันวางมือจากชั้นหนังสือและลงไปพบผอ. ที่ห้อง

“สวัสดีค่ะ ผอ.”ฉันกล่าวทักทายขณะที่ท่านกำลังตรวจดูเอกสารบนโต๊ะ

“อ้าวมาแล้วหรอ นั่งก่อนๆ”

ฉันเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ เป็นยังไงบ้างทำงานวันแรก”

“ก็ดีค่ะ ตอนนี้กำลังศึกษาอะไรหลายๆ อย่างในห้องสมุดอยู่ค่ะ”

“คิดว่าไหวมั้ย?”

“ไหวค่ะ สบายมาก”

“เดี๋ยวยังไง รบกวนลงมาพบผอ. อาทิตย์ละครั้งนะ เผื่อจะมีหนังสือบริจาคให้ห้องสมุดหรือว่ามีอะไรดีๆ เล่าสู่กันฟัง”

“ค่ะ”

“อ่อ เกือบลืม หนูพอจะทำเว็บไซต์ได้บ้างมั้ย?”

“เคยทำอยู่นะคะ แต่ลืมๆ ไปบ้างแล้ว เรียนทำตั้งแต่ปี 2 โน่นแน่ะค่ะ”

“คือผอ. อยากให้ห้องสมุดมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เผื่อบางทีมีกิจกรรมดีๆ จะได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองแล้วก็นักเรียนได้รู้
ผ่านทางเว็บไซต์ เหมือนโรงเรียนอื่นๆ เขา”

“ค่ะ ยังไงหนูจะลองดูนะคะ”

“ถ้าสงสัยอะไรก็ปรึกษา คุณดำรงได้นะ คุณดำรงเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีของโรงเรียน เขาดูแลเว็บไซต์ของโรงเรียนอยู่ ทีแรก
ผอ. ว่าจะให้เขาทำ แต่กลัวว่าจะนำเสนอข้อมูลได้ไม่ดีพอเท่ากับตัวบรรณารักษ์เอง ผอ. เลยคิดว่าหนูน่าจะนำเสนออะไรได้ดี
กว่า ไม่ต้องเอาอะไรมาก แค่มีแนะนำหนังสือใหม่ แนะนำกิจกรรมก็น่าจะโอเคแล้ว ง่ายๆ ไม่ต้องลึกมาก นะ ผอ. ฝากด้วยนะ”

“ค่ะ ยังไงหนูจะพยายามทบทวนความรู้เก่าๆ ที่ได้เรียนมานะคะ”
....................................................................................................................................

เย็นวันนั้น ฉันกระวนกระวายใจอย่างมาก กลัวว่าจะทำเว็บไซต์ออกมาได้ไม่ดีพอ วิชาความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ที่เรียนมาก็ลืม
ไปหมดแล้ว ตอนเรียนก็ใช่ว่าจะทำเองเสียเมื่อไหร่ ไหว้วานให้เพื่อนช่วยทำให้ทั้งนั้น ฉันอดโทษตัวเองไม่ได้ ที่ไม่ตั้งใจเรียน
วิชาคอมพิวเตอร์เสียตั้งแต่ตอนนั้น แต่ถึงอย่างไรฉันก็ต้องทำให้ได้ เพรามันคือหน้าที่ของฉัน มันเป็นงานที่ดท้าทายสำหรับฉัน
และฉันก็มักจะชอบทำอะไรท้าทายอยู่เสมอ พรุ่งนี้ ฉันจะไปทำงานเป็นวันที่สอง ฉันจะเป็นบรรณารักษ์ที่ดีให้ได้ ฉันสัญญา

....................................................................................................................................

อ่านต่อฉบับหน้า

 

 

  

 


LibrarianMagazine.com