|
ขอเริ่มถามคำถามแรกที่หลายคนอาจคุ้นๆว่า คุณวาย
จบบรรณารักษศาสตร์จากที่ไหน และทำไมจึงเลือกเรียนสาขา
วิชาชีพนี้ ทั้งปริญญาตรีและโท
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า คำถามนี้มีแต่คนถามจริงๆ
เหมือนเป็นคำถามยอดฮิตที่ทุกคนอยากรู้ เอาเป็นว่าผมจบปริญญาตรี คณะ
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิชาเอกบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และตอนนี้กำลัง
ศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีครับ
แรงบันดาลใจที่เลือกเรียน
บรรณารักษ์ อาจจะมองว่าดูเว่อร์เกินไปหรือเปล่า แต่ก็ขอตอบตามจริง
ก็คือ คิดว่าอยากเรียน และอยากเป็นบรรณารักษ์ตั้งแต่ ม.4
แล้วครับ ก็เลยมุ่งมาเรียนทางนี้โดยตรงน่าจะดี ส่วนปริญญาโทด้านไอที
บางคนอาจจะมองว่าไม่เกี่ยวข้องแต่ในช่วงตอนที่ผมสมัคร
เรียนนั้น
ผมเป็นบรรณารักษ์ไอทีให้กับห้องสมุดวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่ด้วย
ก็เลยเลือกทางด้านนี้โดยเฉพาะ
คิดว่าวิชานี้ได้ให้อะไรกับเราบ้าง
ทั้งวิชาบรรณารักษ์ และไอทีสอนให้ผมรู้ว่า
คนเราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
เพราะว่าในปัจจุบันข่าวสารและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยน
แปลงเร็วมาก ไม่ใช่แค่เปลี่ยนในหนึ่งวันนะครับ
เดี๋ยวนี้แค่ชั่วโมงเดียว
หรือไม่ก็ไม่ถึงนาทีข้อมูลข่าวสารก็วิ่งปะปนตลอดเวลา ดังนั้น
วิชาบรรณารักษ์สอนให้รู้เกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศ ข่าวสาร
และความรู้ต่างๆ ทำให้ผมมีการจัดระบบ และเก็บข้อมูลต่างๆ ได้
อย่างมีระบบ
ส่วนวิชาทางด้านไอทีก็ทำให้ผมเข้าใจถึงเครื่องมือในการเข้าถึงสารสนเทศได้รวดเร็วขึ้น
ดังนั้นเมื่อนำสองวิชานี้มารวม
กัน ผลก็เลยได้ Projectlib
ที่มีการประมวลผลจากสมองในส่วนบรรณารักษ์
และได้เครื่องมือด้านไอทีในการกระจายข่าวสารให้เพื่อนๆ
คนอื่นได้รับรู้
คิดว่าในอนาคตวิชาชีพนี้จะเป็นอย่างไร คำว่า "บรรณารักษ์"
จะเปลี่ยนแปลงไป หรือ หายไปจากห้องสมุดหรือไม่
เรื่องนี้ผมได้คุยกับเพื่อนๆ
บรรณารักษ์ในต่างประเทศที่ผมแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่
ทุกคนได้ให้ความเห็นเหมือนกัน นั่นก็คือ คำว่า
“บรรณารักษ์”
ไม่มีทางที่จะสูญหายไปจากสังคมหรอกครับ เพียงแต่หน้าที่ บทบาท
ความรับผิดชอบ และเนื้องานอาจจะมีการ
เปลี่ยนแปลงไป และไม่ใช่แค่บรรณารักษ์เท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลง
ห้องสมุดเองก็จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการที่
หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น
ห้องสมุดอาจจะเน้นบริการแบบเข้าถึงผู้ใช้บริการโดยตรง
บรรณารักษ์ไม่ได้นั่งที่เคาน์เตอร์ แต่
บรรณารักษ์จะเดินดูผู้ใช้บริการและให้บริการแบบถึงตัวผู้ใช้บริการเลย
นอกจากนี้บรรณารักษ์อาจะไม่ใช่แค่คนที่คอยหาหนังสือให้ผู้
ใช้ แต่บรรณารักษ์จะเป็นคนแนะนำแหล่งข้อมูลทางด้านเว็บไซต์
หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ถ้าสนใจเรื่องนี้ลองไปหาอ่านในบล็อก
ของ Projectlib ดูนะครับ
ผมเคยนำบทความเรื่องนี้มาแปล ชื่อเรื่องว่า “33
เหตุผลที่บรรณารักษ์จะไม่ถูกแทนที่ด้วยอินเทอร์เน็ต”
บรรณารักษ์เป็นที่ยอมรับแค่ไหนในบ้านเรา ในสายตาของคุณวาย
คำถามข้อนี้สะเทือนใจบรรณารักษ์ไทยหลายคน
บางทีผมคงไม่ต้องตอบอะไรมากมาย เพราะว่าเพื่อนๆ
ก็รู้อยู่แล้วว่าในเมืองไทย ผู้
บริหารหลายๆ คนมักจะมองข้ามความสำคัญของห้องสมุด
การยอมรับในสังคมบรรณารักษ์ก็เป็นเพียงแค่คนที่ทำงานในห้องสมุด คน
ภายนอกคิดว่างานบรรณารักษ์ง่ายๆ ก็แค่เฝ้าหนังสือ แต่จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าหนังสือที่อยู่บนชั้นกว่าจะได้มาบรรณารักษ์ต้องทำอะไร
บ้าง เรื่องนี้ผู้อ่านบล็อกของผมหลายคนชอบนำมาบ่น และน้อยใจทุกที
ผมก็ทำได้แค่ปลอบใจ และบอกเขาไปว่า “จงภูมิใจว่าอย่าง
น้อยเราก็เป็นอาชีพหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักวิชาการทั้งหลาย
เพราะนักวิชาการจำเป็นที่ต้องหาบทความอ้างอิงในงาน
วิชาการของเขา และที่พึ่งหนึ่งของเขา คือ ห้องสมุด”
|
Projectlib.wordpress
เกิดขึ้นเพราะแรงบันดาลใจ หรือ สาเหตุใด
จุดประสงค์ที่สร้างบล็อก projectlib
ลองอ่านดูนะครับ 10
ข้อ ดังนี้
1.
เพื่อสรางชุมชนแหงวงการวิชาชีพทางดานหองสมุด และบรรณารักษ
2.
เพื่อสรางความสําคัญใหหองสมุดในสังคมไทย
3.
เพื่อสรางความสําคัญใหการอานในสังคมไทย
4.
เพื่อสรางแนวความคิดในการตอยอดวิชาความรูที่มีอยูใหดีขึ้น
5.
เพื่อลบภาพบรรณารักษยุคเกา และสรางภาพบรรณารักษยุคใหม
6.
เพื่อสรางสังคมแหงการเรียนรู ไมวาจะเปนคนในวิชาชีพ
หรือนอกวิชาชีพ
7.
เพื่อนําเสนอขาวสารวงการบรรณารักษ
8.
เพื่อสรางความเขาใจอันดีระหวางบรรณารักษ และผูใชบริการหองสมุด
9.
เพื่อนําเสนอหองสมุดในมุมมองใหม
10.
และสําคัญที่สุด คือ ผมรักวิชาชีพนี้ |
 |
ได้ทราบข่าวว่ากำลังมีโครงการทำ projectlib
เป็นเว็บไซต์ คุณวายคิดว่าการเขียนบล็อกกับการทำเว็บไซต์มีความแตก
ต่างกันในเรื่องใด และ รูปแบบเว็บไซต์ projectlib
พอจะเล่าให้ฟังคร่าวๆได้มั้ยค่ะว่ามีโครงการพัฒนาและเป้หมาย
อย่างไรบ้าง คุณวายยังจะเขียนบล็อก projectlib.wordpress
พร้อมๆ กับการทำเว็บไซต์ต่อไป
หรือเปลี่ยนมาทำเว็บ
ไซต์เพียงอย่างเดียว
|

|
จริงๆ ถ้าเรามองในแง่จุดประสงค์ผมคงตอบได้ว่า
ไม่ว่าจะเป็นบล็อก
หรือเว็บไซต์ผมก็ยังคงมีจุดประสงค์
แบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงเพียงแต่การเปิดเว็บไซต์ของ
Projectlib
จะทำให้ผมสามารถเพิ่มลูกเล่นในการสื่อสาร
กับเพื่อนๆ ได้มากขึ้น
แต่เดิม
Projectlib.wordpress
ต้องเข้าใจว่าเป็นบล็อก
ที่ไม่เสียเงิน
ดังนั้นลูกเล่นในการทำบล็อกก็ต้องขึ้นอยู่กับ
ทาง Wordpress
เท่านั้น
ทำให้การนำเสนอข้อมูลเพื่อนๆ
ก็จะเจอในรูปแบบเดิมๆ
ผมเองก็ไม่อยากให้เพื่อนๆ ที่อ่าน
เจออะไรที่น่าเบื่อเกินไป
ก็เลยต้องเปลี่ยนแนวเขียนบ้าง
ในบางครั้ง และโดยหลักในลักษณะที่ผมเขียนบล็อกนี้อยู่
คือ
เขียนคนเดียว ดังนั้นทัศนะคติ หรือมุมมองก็จะมาจาก
ผมแค่คนเดียว แต่ก็มีเพื่อนๆ
เสนอความคิดเห็นมาบ้างเพื่อ
ช่วยให้ไม่น่าเบื่อ
|
ดังนั้นผมจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มคือ ยอมจ่ายเงินเพื่อเช่าโฮส
และทำเว็บไซต์ Projectlib ตัวใหม่
รูปแบบของเว็บไซต์กำลังอยู่ใน
ระหว่างการปรึกษาเพื่อนๆ
ดังนั้นเลยขอยังไม่กล่าวถึงทั้งหมด แต่ฟีเจอร์หนึ่งที่จะนำมาใช้คือ
การตั้งให้ User
ที่เข้ามาแบบสม่ำ
เสมอ เป็น
Modulator ช่วยผมในการเขียนบล็อก
รวมถึงมีการรับเรื่องต่างๆ จากเพื่อนๆ
แล้วใครเขียนดีก็จะนำมาขึ้นไว้ที่หน้าแรก
และให้เครดิตกับเจ้าของเรื่องโดยตรง
จากที่เกริ่นนิดนึงเพื่อนๆ คงจะเดาได้ว่า ผมก็ยังคงเขียนบล็อกต่อไป
แต่ในบล็อกที่เป็น Projectlib.wordpress
จะหยุดอัพเดททันที
แต่ยังคงเปิดอ่านได้ทั่วไป
และข้อมูลจากบล็อกเก่าก็จะถูกย้ายมาที่เว็บใหม่ทีเดียว
ยังไงก็อดทนอ่านบล็อกของผมต่อไปนะครับ
ทราบว่าขณะนี้คุณวายไม่ได้เป็นบรรณารักษ์
แต่ไม่ทราบว่าคุณยังสนใจกลับมาทำงานบรรณารักษ์อีกหรือไม่ถ้ามีโอกาส
ถ้ายังมีความสนใจ ห้องสมุดประเภทใดกับงานบรรณารักษ์ด้านใดที่คุณสนใจมากที่สุด
และ เพราะอะไร
อย่างที่ผมบอกว่าอาชีพนี้
คืออาชีพในฝัน และเป็นอาชีพที่ผมอยากทำ
ผมเชื่อในตัวเองว่าสักวันผมคงจะกลับมาอยู่ในที่ที่ผมอยาก
เป็น
ส่วนเรื่องห้องสมุดประเภทไหนอันนี้ตอบยากครับ
เพราะว่าผมเปลี่ยนใจง่ายมาก
บางทีก็ชอบห้องสมุดเฉพาะทาง เพราะว่าจะได้รู้
อะไรที่เฉพาะทาง
บางครั้งก็อยากทำห้องสมุดสถานศึกษาเพราะว่าได้เรียนรู้งานเยอะดี
หรือบางครั้งก็อยากทำห้องสมุดประชาชน
เพราะว่าได้เจอผู้ใช้ที่หลากหลาย
แต่ถ้าถามตอนนี้ต้องบอกว่าช่วงนี้กำลังสนใจห้องสมุดเพื่อคนพิการเพราะว่านอกจากจะเป็นการช่วยสังคมแล้ว
ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ท้า
ทายความสามารถมากๆ
เพราะว่าห้องสมุดเหล่านี้ต้องมีเทคนิคพิเศษในการบริการ
ไม่ว่าจะเรื่องสืบค้น หรือการเข้าถึงสารสนเทศ
ผม
ว่าห้องสมุดแบบนี้แหละน่าจะเหมาะกับผมที่สุด
ถึงแม้ไม่ได้เป็นบรรณารักษ์
แต่ในฐานะที่คุณวายเป็นผู้หนึ่งที่มีความสนใจในการส่งเสริมวิชาชีพนี้
และ บอกเล่าเรื่องราว
ของบรรณารักษ์และห้องสมุดได้อย่างน่าอ่านและได้รับความนิยมมาก
มีคำแนะนำอะไรที่อยากฝากถึงเพื่อนๆบรรณารักษ์
ที่กำลังคิดอยากทำในสิ่งเดียวกันนี้หรือไม่ค่ะ
ทิ้งท้ายแบบสั้นๆ แล้วกัน
“ถ้าเราไม่เริ่ม
แล้วใครจะเริ่มให้เรา”
“ถ้าเราทำใจให้ชอบอะไรสักอย่าง
แล้วเราชอบจริง เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี”
“คนเราถ้ามั่วแต่คิดแล้วไม่ทำมันเสียเวลาคิด
.... คนเราถ้าทำแล้วไม่คิดก็อาจจะเสียเวลาเปล่าที่ทำสิ่งนั้นไป”
“อยากให้คนในสังคมมองบรรณารักษ์เป็นอย่างไร
ก็ทำอย่างนั้นให้เขาเห็น”
สุดท้ายนี้ก็เป็นกำลังใจให้บรรณารักษ์ทุกคนนะครับ ติดขัดสิ่งใด
Projectlib
พร้อมยืนเคียงข้างทุกคน
คำถามพิเศษ
:
หลังจากเขียนบล็อก Projectlib
ครบ 1
ปี คุณวาย
มีความรู้สึกยังไงกับวงการบรรณารักษ์เมืองไทย
ตลอดการเขียนบล็อกหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหว
และความเปลี่ยนแปลงในวงการบรรณารักษ์มากขึ้น เช่น
ห้องสมุดหลายๆ
ที่เริ่มมีบล็อกเป็นของตัวเอง บรรณารักษ์ใน gotoknow
ใส่ใจกับการเขียนเรื่องห้องสมุดมากขึ้น
มีเว็บไซต์ที่เกิด
ขึ้นมาเพื่อห้องสมุดมากขึ้น เช่น
Librarianmagazine.com, ilovelibrary.com และอื่นๆ
ที่ยังไม่ได้กล่าว สิ่งเหล่านี้เป็นแรงใจทำให้
ผมมีกำลังใจในการเขียนบล็อก
และรู้ว่าชุมชนบรรณารักษ์ไม่มีทางสูญหายไปจากสังคมแน่ๆ
|