”The database is invisible thing on the line if you use only half a year it means you throw away the rest of money” 
 

 




ธุรกิจบริการฐานข้อมูล
EBSCO ในประเทศไทย
บทสัมภาษณ์ คุณกันยากาญน์ นนทิวัฒวานิช (คุณแพร) โดย สุกัลญา เจียรนันทนา

EBSCO Publishing สำนักงานประเทศไทย  


ขอทราบเรื่องราวของ EBSCO ก่อนนะค่ะ?

EBSCO Publishing เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยมากกว่าสิบปีแล้ว ปัจจุบันมีอยู่สองส่วน โดยเข้ามาในส่วนของ Print Jurnal, E – Journal, A-Z
( search engine) ก่อน แล้วจึงมีในส่วนของ Database ตามมาเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว

เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับฐานข้อมูลของหนังสือพิมพ์ วารสารออนไลน์ โดยเริ่มมาจาก Academic search ซึ่งกำลังขยายไปในส่วนของ Bio-medical ในปีหน้า เป็นการซื้อลิขสิทธิ์ข้อมูลจากสำนักพิมพ์ต่างๆ มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่แบบออนไลน์เพื่อให้บริการในรูปแบบเครือข่ายฐานข้อมูลต่างๆ




ฐานข้อมูลตัวใหม่ที่น่าสนใจ?

ตัวฐานข้อมูลอื่นๆ นอกจากฐานข้อมูลหลักที่ สกอ. รองรับแล้ว และทุกมหาวิทยาลัยควรต้องมีนั้น ในจำนวนฐานข้อมูลร้อยกว่าตัวที่ EBSCO มี ที่ไม่ใช่ตัวแสตนดาร์ด แต่เป็นตัวที่มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรจะมีเพิ่ม ได้แก่
ตัวฐานข้อมูลน้องใหม่ ของเรา คือ Education Research Complete เพราะปกติในเมืองไทย 24 มหาวิทยาลัยของรัฐบาลเป็นมหาวิทยาลัยหลักอยู่แล้ว แต่อีก 50 กว่าแห่งที่เหลือเป็นราชภัฎ ซึ่งเป็นวิทยาลัยครู วิทยาลัยครูทุกแห่งต้องมี คณะครุศาสตร์ คณะ Education Research Complete เน้นด้านการศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศไทยจะมีคณะนี้หมด ถึงแม้ไม่มีก็ต้องมีอย่างน้อย วิชา Research Method ที่จะเป็นด้านการศึกษา

ตัวนี้จะเป็นตัวน้องใหม่ ที่เปิดขึ้นมา เพราะว่าเมื่อก่อนในเมืองไทย ทุกมหาวิทยาลัยจะรู้จัก
ฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่เป็นแบบย่อ ไม่ได้เป็น
full text  แต่ตัว Education Research ที่ Ebsco ทำออกมานี้เป็น full text  ซึ่งตอนนี้ตัวนี้จะเป็นตัวที่เราโปรโมท ให้เป็นฐานข้อมูลที่มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรจะต้องมี

ตัวใหม่นี้ ตลาดราชภัฏน่าจะสนใจ ทบวงน่าจะมีตัวนี้ เพราะเจาะคณะด้านศึกษาศาสตร์เลยโดยตรง มากกว่าตัวพื้นฐานที่ขายอยู่ ตัวนี้เพิ่งเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา เปิดก่อนไทยประมาณสองสามเดือน ตอนนี้ในประเทศไทย ได้ปล่อยออกไปบ้างแล้วคือ คณะครุศาสตร์ของจุฬา และ คณะศึกษาศาสตร์ของเกษตร ที่เป็นลูกค้าสองรายแรก แล้วก็มี Trial

ใครเป็นลูกค้าหลักของ
EBSCO ?

ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเป็นลูกค้าหลักของ
EBSCO เราได้มหาวิทยาลัยหลักของรัฐบาล
24 แห่งเป็นลูกค้าครบทุกแห่งแล้ว แต่ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชนยังไม่ครบ

อย่างหนึ่งที่ต่างกัน คือ มหาวิทยาลัยเอกชนกับรัฐบาลจะมีจุดขายหรือจุดเน้นไม่เหมือนกัน มหาวิทยาลัยเอกชนจะเน้นบริหาร ตัวที่ซื้อหลักจะเป็น
business  มหาวิทยาลัยรัฐบาลจะเน้นแบบค่อนข้างแยกกันไป แต่ละแห่งก็แตกต่างกันไป


เกี่ยวกับ Consortium ?


Consortium คือ การที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ร่วมกันซื้อฐานข้อมูลด้วยกัน ในรูปแบบที่เรียกว่า สหพาคี เมืองนอกมีมานานแล้ว เมืองไทยก็ใช้กันแล้วแพร่หลาย แต่ในทางปฏิบัติจะเป็นในลักษณะที่พยายามพูดกันให้ติดปากมากกว่า แต่ทำไม่ได้ เพราะงบออกไม่พร้อมกัน แต่เวลาดีลกับบริษัทต้องทำทีเดียว

ในส่วนของรัฐบาลไม่มีปัญหา เช่น สกอ. จะได้งบมาพร้อมกันหมดทีเดียว แต่กับเอกชน (อพส.) นั้น งบจะออกไม่พร้อม มีงบแต่ไม่มาก วิธีที่ใช้กันอยู่ตอนนี้
ในทางปฏิบัติสำหรับปัญหาแบบนี้คือ บริษัทจะใช้วิธีกำหนดวันเริ่มสัญญา และวันหมดสัญญาให้แต่ละมหาวิทยาลัยไม่พร้อมกันตามเวลาที่งบออก ส่วนเงินก็ใช้วิธีให้แต่ละมหาวิทยาลัยแยกกันจ่าย ไม่ต้องรวมดีลพร้อมกัน ระยะสัญญาที่เราทำ จะไม่ได้นับตามปีปฏิทิน แต่นับตามวันเริ่มสัญญาจริง

เดี๋ยวนี้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยใช้วิธีแบบสหภาคีมาก เพราะการซื้อแยกจะแพงกว่า ตอนนี้ไม่มีใครใช้แบบซื้อปลีกแล้ว ยกเว้นแต่จะซื้อปลีกในตัวเพิ่มแต่ละเรื่องไป
ถ้าสหภาคีมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งร่วมกันซื้อมากเปอร์เซ็นต์ลดก็จะยิ่งมาก

ยกตัวอย่างเช่น Academic Search หนึ่งตัว ราคาประมาณ
2,000.00 ดอลล่าร์
มหาวิทยาลัย
5 แห่งร่วมกันดีล จะได้ราคาลดประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วบวกเพิ่มไปทีละ 5  ดีลร่วมจำนวนสูงสุดที่เราได้ เป็นดีลที่ สกอ.ซื้อ คือ 75 แห่งร่วมกัน ซึ่งได้ส่วนลดมากกว่า 50 %



ความเคลื่อนไหวของฐานข้อมูลตัวใหม่?

การเข้ามาของตัวใหม่ๆ ใน
EBSCO นั้น เราจะมีต่อเนื่องกันตลอด ปีหน้าเราจะเปิดตัวเภสัช และ ทันตกรรม เป็นฐานข้อมูลเฉพาะเจาะจงลงไป เราเปิดฐานใหญ่ คือ Academic มาแล้ว แต่ที่เราไม่เอาฐานเล็กๆ น้อยนี้ไปใส่รวมในฐานใหญ่ เพราะมันจะทำให้ราคาแพงเกินไป เราจึงพยายามจะแยกออกมาเพื่อให้มันตรงกับความต้องการมากที่สุด

ใครที่ต้องการเน้นคณะไหน คุณซื้อฐานคณะนั้นต่างหาก แต่ฐานกลางเราก็มีให้ ก็คือ Academic เพราะบางมหาวิทยาลัยเขาไม่ได้มีวิชาที่เน้นเป็นจุดขาย แต่เขามีทุกคณะ
เพราะฉะนั้นเขาจำเป็นต้องมีตัวมา
support ทุกคณะ ก็เหมาะกับ Academic ของเรา ส่วนเรื่องตัวเพิ่มใหม่ๆ นั้น เรามีตัวใหม่ตลอดแต่ไม่มีกำหนดออกเป็นแผนงานตายตัว แต่เราจะออกตามความพร้อมของเรา ข้อมูลแต่ละฐานเราจะมีทีมออดิทของเราเอง ถ้าข้อมูลไม่พร้อมแล้วเราไปกำหนดออกทุกสามเดือนทุกหกเดือนออก ฐานเราจะไม่ได้คุณภาพ เราจึงออกตามความพร้อมมากกว่า อย่างเช่น ฐานข้อมูลตัวนี้มี full text พร้อมแล้ว และเรามีการเปิดใช้แล้วผลตอบรับดี เราก็จะโปรโมทออกไป



ความโดดเด่นที่แตกต่างของ Ebsco?

ธุรกิจที่คล้ายกันกับ Ebsco ในประเทศไทย จะมีอีกแบรนด์ แต่ต่างตรงที่เขาเป็นเอเย่นต์ซื้อฐานข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตมาแล้วขายต่อ เช่น ซื้อจาก Ebsco แล้วไปขายต่ออีกทีหนึ่ง
เราเป็นเจ้าของเอง
ไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย เราจึงเน้นที่การพัฒนาตัวงานด้วย

งานหนักของ Ebsco?

ด้านการตลาดไม่เป็นเรื่องที่หนักที่สุด แต่การอัพเดทฐานข้อมูลปีต่อปีเป็นงานที่หนักมาก เพราะถ้าฐานไม่ดี
ทำการตลาดยังไงก็ไม่เกิด ข้อมูลของเราค่อนข้างแข็ง
ดังนั้นงานหนักของเราคือ ทำยังไงให้คนไทยใช้ คือ อย่างสมมติเขาซื้อไป 8,000 เล่ม จ่ายเงินมาแล้วใช้จริงแค่ 50 เล่ม นั่นคือ งานหนักของเราว่าทำยังไงจะให้เขาใช้ให้คุ้ม

ฐานข้อมูลมันเหมือนกับการซื้ออะไรที่มันมองไม่เห็น ถ้าซื้อมาแล้วไม่ใช้ พอครบปี มันเหมือนทิ้งเงินไปเลย ฉะนั้นงานหนักคือทำให้เขารู้ว่าเขาจะได้อะไร ซึ่งมันต้องมาพร้อมกับแนวความคิดของการเรียนการสอนในเมืองไทย ที่ต้องสอนให้เด็กรักการอ่านการค้นคว้า ซึ่งคนไทยยังไม่รู้สึกว่าสำคัญ โอเค. อาจารย์สั่งงาน ก็เข้าห้องสมุดไปหยิบหนังสือมา จบ เขาจะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในอินเตอร์เน็ท

เด็กไทยใช้อินเตอร์เน็ทเยอะมากใช้ทุกวัน เสิร์ชกูเกิ้ลเป็นหลัก แชท เอ็มเอสเอ็น แต่ฐานข้อมูลเป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้ฉะนั้น ไม่เห็นก็ไม่รู้ ไม่รู้ก็ไม่สนใจ ไม่สนใจก็ไม่อ่าน ถ้าอาจารย์ไม่แนะนำให้อ่าน ก็คือศูนย์  มหาวิทยาลัยซื้อฐานไป ก็เหมือนคุณเอาเงินไปทิ้ง ซื้อแค่ให้เห็นว่าคุณมีฐาน

ซึ่งตรงนี้คิดว่าการแก้ไขนั้น อาจารย์ควรเป็นผู้เปิดตรงนี้สู่นักศึกษา เพื่อให้นักศึกษา
รู้และใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ การแก้ไขจึงต้องเป็นการแก้ที่แนวทางการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยมากว่าอย่างอื่น

 

 
 


EBSCO in Thailand

Interview : Kanyakarn  Nontiwatwanich
( EBSCO Representative in Thailand)
by Sukulya Jearananthana

Translated by : Pimol Meksawasde

About EBSCO ?

EBSCO Publishing is the American company branched in Thailand a decade ago.  We now provide service as print journal, e-journal, search engine (A-Z) and database.

The database starts with newspaper, online journal through Academic Search and is expanding to Bio-Medical by next year. It is copyright information from various publishers as huge online database networking.


New interesting database!

In addition to reference databases and other databases that many university libraries have by their own, we proudly present Education Research Complete aiming at providing research method in education for most university with faculty of education in Thailand. Besides ERIC which is education index, Education Research Complete

was first lunched in Thailand at the faculty of education in Kasetsart University and Chulalongkorn University and set for trial in some focused libraries.

 


Who are your main customers?

Most of 24 public universities are main customer and some of private university as well. Anyway, there are more public university now as Rajabhat Institutes are upgraded to Rajabhat University. 
 




The idea of consortium

Nowadays, the idea of consortium is widely spread among the universities in Thailand because they realize how much money they spent.  Though it’s hard to manage fund in each university which relies on fiscal budget, the Commission of Higher Education under the Ministry of Education tries to push this kind of consortia as reference database and e-book and some university libraries in science and medicine pull out together making consortia for special databases they need. The more consortia we are the less expense we pay.      


 



 



The movement of new database!

We continually launch new specific products as database on pharmacy and dentistry by next year.  However, Academic Search is a prominent database must have, we have our own audit team to justify readiness of each database provision.

 







The different prominent point of EBSCO

Though there is another brand, we are different.  As we are the owner not distributor we can develop the products by analyzing user statistics.

 

The hard burden!

Marketing is not the hardest thing, but updating is.  We have to find out how Thai people frequently use 8,000 journals as much as possible and cost – efficient.  The database is invisible thing on the line if you use only half a year it means you throw away the rest of money.  Though now we have the competitor as Google, but you can not refer the results of Google in your own report or thesis. So it comes with the idea of learning and teaching in Thailand concerning instructors to assign students to read and use articles and papers as much as they can.

       

 

 

 

 
© librarainmagazine.com. All Rights Reserved.