เรื่องราวเกี่ยวกับร้านหนังสือ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่
น่าสนใจสำหรับบรรณารักษ์  เพราะด้วยอาชีพบรรณารักษ์ คุณอาจถูกมองว่า เป็นบุคคลประเภท "แฟนพันธ์แท้โลกหนังสือ" ก็ได้ และ ในโลกหนังสือ แน่
นอนว่า คุณคงหนีไม่พ้นเรื่องราวเกี่ยวกับร้านหนังสือ ..
สำหรับฉบับนี้
.. เราพาคุณไปเที่ยวร้านหนังสือชื่อดัง ร้านหนึ่งในเมืองไทยกันก่อนค่ะ เป็นร้านที่บรรณารักษ์คุ้นชื่อกันดีมาเป็นเวลานานนับสิบปี 
Booknet
 ลองฟังคุณประนอม ผู้บริหารและเจ้าของ
คุยเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการและการทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายหนังสือนับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน  บางทีคุณอาจประหลาดใจ ว่าธุรกิจตัวแทนจำหน่ายหนังสือ หรือ ร้านหนังสือใหญ่ๆในเมืองไทย
นั้น ไม่ธรรมดาเลยค่ะ ..


Booknet
เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
.. บทสัมภาษณ์ ภาพประกอบ โดย สุกัลญา เจียรนันทนา
 



ความเป็นมาของบุ๊คเน็ท

          
         บุ๊คเน็ท  จดทะเบียนเป็นบริษัท 
เมื่อวันที่
22 ต.ค. 2540 เราเป็นร้านเดียวที่ส่งหนังสือในแถบ Southeast Asia ทั้งหมดเรา
เน้นสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ราคาต้อง
มาตรฐาน ให้ข้อมูลตามจริงและอัพเดทตลอด  

          หลักของเราจะเน้นที่เรื่องของความซื่อสัตย์ เช่น บางครั้งหนังสือ edition ใหม่ออกมาแล้ว เราก็ต้องแจ้งตามจริงตลอด
 

           เราเริ่มจากพนักงานเพียงสิบห้าถึงยี่สิบ
คน จนถึงปัจจุบันบุ๊คเน็ทมีพนักงานร้อยสามสิบคนแล้ว  เหมือนการเล่นดนตรีเป็นวงใหญ่ที่ทุกคนต่างเป็นกลไกซึ่งกันและกัน
 

           ตลาดของบุ๊คเน็ทเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ เราเริ่มต้นจาก หนังสือแพทย์, วิศวะ, บริหาร, เกษตร, กฏหมาย  ปัจจุบันเรามีทุกด้าน ทั้งดนตรีและการแสดงด้วย  เป็นตลาดหนังสือวิชาการอ้างอิง


           
แบรนด์อื่นในธุรกิจเดียวกัน เราคิดว่าทุกคนเป็นคู่ค้า (wholesale) เราจึงขายหนังสือให้กับทุกคนแม้แต่กับคู่ขายด้วยกัน  เพราะไม่ได้คิดว่าทำธุรกิจประเภทเดียวกันแล้วต้องเป็นคู่แข่งขันกัน  สำนักพิมพ์ทั่วโลกมีอยู่มากมายถึง 60,000 สำนักพิมพ์ เราจึงไม่จำเป็นต้องแข่งกัน  ควรร่วมมือกันเป็นเครื่อข่ายจะดีกว่า  แต่คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ  

         ที่บุ๊คเน็ทเราทำงานโดยใช้ระบบเป็นไปตามเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ทางธุรกิจ
กดราคาแข่งกัน

        
        
สำหรับบุ๊คเน็ทในช่วงเริ่ม จะเหนื่อยในช่วง 3-4 ปีแรก  เพราะต้องบุกเบิกใหม่หมดในการหาเครือข่ายสำนักพิมพ์   เพราะสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือเป็นคนละกลุ่มกับบริษัทแม่ที่ทำอยู่ก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ลงตัวมาเรื่อยๆ เรื่องสำคัญของธุรกิจนี้คือเรื่องการจ่ายเงินสำนักพิมพ์ที่จะต้องตรงเวลา


            
ปัญหาคือ เราสั่งหนังสือที่เขาไม่มีสต็อกแล้ว เพราะสำนักพิมพ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะหนังสือวิชาการเขาจะรู้ตลาดทั้งโลกว่ามีคนใช้หนังสือมากน้อยแค่ไหน แล้วพิมพ์จำนวนใกล้เคียงไม่มีการพิมพ์เผื่อ หมดแล้วจึงหมดเลย ถ้ารีปรินซ์ ก็เป็นอิดิทชั่นใหม่ไปเลย  บางครั้งเราได้ออเดอร์จากห้องสมุด แต่สำนักพิมพ์ไม่มีหนังสือต้องรอพิมพ์ใหม่  ทำให้ไม่มีหนังสือส่งลูกค้า  เราก็ต้องแจ้งตามความเป็นจริง ลูกค้าที่เป็นบรรณารักษ์มีเหตุผลและเข้าใจก็ต้องรอ

          
        
ทำงานกับบรรณารักษ์เป็นข้อดีของการทำงานในวงการหนังสือ เพราะทำให้ได้ติดต่อกับคนระดับหนึ่งที่มีการศึกษา  ทำให้ใช้เหตุผลเข้าใจปัญหาในการทำงานของกันและกันได้ง่าย
 

         นอกจากห้องสมุดและคู่ค้าแล้ว เราก็ฝากขายตามร้านหนังสือ เช่น ศูนย์หนังสือจุฬา ฯลฯ  ความเป็นมืออาชีพต้องทำให้ครอบคลุมทุกอย่าง  เราใช้มาตรฐานราคาเดียวกัน เพราะความเป็นโฮลเซลต์ก็ต้องมีลิมิตของราคาสั่งซื้อ ซื้อหนึ่งเล่มราคาย่อมต่างจากร้อยเล่ม อิงตามราคาที่เราได้มาจากต่างประเทศ

                     


 



 

ช่วงนี้บุ๊คเน็ทมีอะไรใหม่ๆ ที่อยากนำเสนอ
ไปยังบรรณารักษ์ห้องสมุดหรือลูกค้าอื่นๆ บ้างค่ะ


          เราพยายามทำอะไรที่ใหม่เสมอค่ะ
Catalog
ของเราจะเป็นของใหม่และดี  ปีที่แล้ว เราภูมิใจมากที่
ได้เป็นตัวแทนของ
7 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกา
คือ

1. Princton Universtiy Press

2. University of Chicago Press

3. MIT Press

4. John Hopkin Press

5. Columbia Universtiy Press

6. University of California Press

7. Harvard University Press

           หนังสือของสำนักพิมพ์เหล่านี้กว่าจะได้ผลิตออกมาต้องมีคณาจารย์
คัดสรรมาก เพราะเขาต้องมีการประทับตรามหาวิทยาลัยด้วย ต้องมีคุณภาพ 
เราจึงภูมิใจที่ได้รับการไว้วางใจ และตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด


 

 

Interview for English Click here

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

  ---------------------------------------------------------

   
           
 ด้วยโอกาสใหม่ตรงนี้
   เรายินดีเป็นตัวกลางให้กับคณาจารย์ในเมืองไทยค่ะ  หากอาจารย์ท่านใด  มีผลงานเขียนทั้งบทความและหนังสือเล่ม ฯลฯ  ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ  และ
อยากพิมพ์กับสำนักพิมพ์ต่างประเทศ   
เราก็ยินดีเสนอให้ เรายินดี เป็นตัวกลางยื่นให้สำนักพิมพ์ต่าง
ประเทศที่น่าสนใจ  โดยต้องการให้เราคุยให้ หรือไปคุยกันเองก็ได้ เราไม่คาดหวังอะไร แค่ต้องการ
ช่วยเป็นตัวกลางเท่านั้น รวมทั้งถ้าเป็นภาษาไทยสำหรับตลาดในเมืองไทย  เราก็ยินดีจัดการให้
แบบครบวงจร


             เรากำลังจดทะเบียนบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า ไอกรุ๊ป เพรส  เป็นบริษัทอยู่ในเครือบุ๊คเน็ท
เหมือนกัน โดยจะทำทั้งงานแปลเป็นไทย และงานภาษาไทยของคนไทย ทั้งวิชาการอ้างอิง และ
Text Books อะไรต่างๆ ทุกอย่าง จะทำงานกับสำนักพิมพ์ต่างๆ ในประเทศไทย  ในส่วนนี้ตอนนี้
เราก็กำลังทำอยู่เรื่อยๆ เพราะการทำหนังสือต้องใช้เวลา
 

              ตอนนี้เราก็มีสำนักพิมพ์ของเราเองอยู่แล้ว  สำนักพิมพ์นี้ มีมานานแล้วเกิดก่อนบุ๊คเน็ท
ได้ทำหนังสือเจาะตลาดต่างประเทศ 
ที่เราภูมิใจมาก คือ หนังสือ dos & don’ts in Vietnam 
เรามีวางขายทั้งหมดประมาณสิบประเทศ  เรามี
dos & don’ts
ฉบับภาษาไทยด้วย  ภูมิใจที่เรา
เป็นสำนักพิมพ์เดียวของคนไทย ที่ผลิตตรงนี้แล้วไปเจาะตลาดขายในยุโรป  เป็นหนังสือที่ฝรั่งใน
เวียดนามเป็นคนเขียน   

 

               หนังสือประเภทอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ ที่ไปเจาะตลาดต่างประเทศ คือ หนังสือทางด้าน
ภาษา
เช่น คนเยอรมันเรียนภาษาไทย, คนอังกฤษเรียนภาษาไทย คนฝรั่งเศสเรียนภาษาไทย คน
รัสเซียเรียนภาษาไทย ตอนนี้กำลังทำคนเกาหลีเรียนภาษาไทย และ
ถ้าสมมุติว่ามีอาจารย์ท่าน
ไหนเขียนอะไรแบบนี้อยู่ที่อยากให้เราทำ เราก็ยินดีอยากจะทำให้

 


         ไอ กรุ๊ป เพรส
ที่กำลังเกิดขึ้น จะแยกออกมาเป็นสำนักพิมพ์อย่างเดียวเพื่อให้ บุ๊คเน็ท
ขายหนังสือให้ห้องสมุดอย่างเดียว 
สำนักพิมพ์นี้จะทำทั้งงานวิชาการและหนังสืออ่านเล่นค่ะ
 

          อย่างอื่นที่อยากประชาสัมพันธ์ ก็เช่น  ตอนนี้เรากำลังทำหนังสือกฏหมายเพิ่มมากขึ้น
เรื่อยๆ  แต่
Text Book ทางด้านกฏหมายคงต้องใช้ระยะเวลาอีกนิดหนึ่ง
 

                

ตลาดหนังสือในเมืองไทยเป็นอย่างไรบ้าง

               
              ตลาดหนังสือไทยก็กว้างพอสมควร แต่สำหรับหนังสือวิชาการ โดยเฉพาะ Text
Book
ภาษาอังกฤษจะใช้กันน้อย มีใช้เฉพาะบางสาขาวิชา เหตุเพราะมีงบประมาณน้อย ทำให้
ต้องเฉลี่ยใช้ เราจึงต้องเห็นใจ  เพราะหนังสือต่างประเทศราคาจะแพงมาก  ซื้อไม่ไหวก็ต้อง
ค่อยๆ ซื้อ  สำหรับตลาดไทยยังไม่ถึงกับอยู่ลำดับท้ายสุดใน
Southeast Asia แต่ก็อยู่รั้งท้าย
   

               ตอนนี้เวียดนามเขามีเงินเยอะมาก ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย เราส่งหนังสือให้
เขาเยอะเหมือนกัน แต่กับมาเลเซียนั้นเราสู้เขาไม่ได้เลย งบประมาณเราน้อยกว่าของเขามาก
 

               หนังสือเราขายดีมากๆ  ต้องขอบคุณบรรณารักษ์ที่ให้ความไว้วางใจ มั่นใจกับ
เรา  บริษัทเราตั้งมาสิบปีขยายตัวเติบโตขึ้นมาก  ตามคำพูดที่ว่า
ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลา
พิสูจน์คน
  บรรณารักษ์ที่ซื้อกับเราก็จะบอกต่อกันไป ทำให้เราได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง
เป็นเรื่องของการทำดีได้ดี  เราทำราคาสมเหตุสมผล เพราะเราเติบโตมาจากตรงนี้ และ เราก็ถือ
ว่าบรรณารักษ์เป็นเพื่อนกัน
แม้ว่าจะไม่มีโอกาสไปเยี่ยม แต่ทุกอย่างก็ควรจะแฟร์

 







 





สน่ห์
หรือ ความสนุกของอาชีพตัวแทนจำหน่ายหนังสืออยู่ที่จุดไหน

 
            ความสนุกของคนที่อยู่ในวงการนี้  ในอาชีพตัวแทนจำหน่ายหนังสือ ก็คือ ความ
ที่มันเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กมาก พอถามถึงกันก็จะรู้จักกันหมด   อย่างร้านหนังสือก็มัก
จะเป็นกิจการสืบเนื่องของครอบครัวเดียวจากพ่อสู่ลูก   คนทำงานในสำนักพิมพ์พอเปลี่ยน
งาน ก็แค่ย้ายสำนักพิมพ์จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ก็ยังต้องได้คุยกันอีกอยู่ดี    ความเปลี่ยน
แปลงในวงการนี้จึงมีน้อยมาก  การรู้จักใครสักคนจึงเป็นการรู้จักกันระยะยาว   อย่างเช่น
บรรณารักษ์ หลายท่าน ที่เราได้รู้จักตั้งแต่เขาเรียนจบใหม่ๆ จนมีท้อง จนเดี๋ยวนี้ลูกเรียน
จบกันหมดแล้ว ระยะเวลามันไกลขนาดไหน ยาวขนาดไหนในความสัมพันธ์ของคนในวง
การ   นี่เป็นความน่ารักของอาชีพนี้ 

 

            ประสบการณ์ ในอาชีพนี้จะอยู่ได้ ต้องมีความพิเศษ  มีความเอาใจใส่ในเนื้องาน
มาก  มีความรับผิดชอบ และต้องเป็นคนละเอียด  การทำหนังสือเป็นเรื่องรายละเอียด
เยอะมาก  ปลีกย่อย  เราต้องทำงานเหมือนอาจารย์ ผิดพลาดไม่ได้   คนที่ชอบอ่าน
หนังสือ บางครั้งจึงมาทำงานตรงนี้ไม่ได้ 
เพราะการจะเป็นตัวแทนขายหนังสือได้ต้องเอา
ใจใส่ความต้องการของคนซื้อว่าทำอย่างไร ลูกค้าจึงจะได้สิ่งที่ดีที่สุด   เราต้องแจ้งความ
เป็นมาของออเดอร์ ความเคลื่อนไหวให้ลูกค้าทราบด้วยตามความเป็นจริง

 

ประวัติส่วนตัว

        
             เมื่อก่อนเคยทำงานที่เนชั่นส่วนโฆษณาทำอยู่ประมาณสี่ห้าปี แล้วก็ทำตรงนี้
ต่อเนื่องยาวมาตลอด  จากความที่ครอบครัวพ่อกับแม่ทำการค้า ปุ๋ย  ธุรกิจข้าวเปลือกใน
ประเทศที่บุรีรัมย์ แต่เรามาเรียนกทม. สมัยก่อนการโอนเงินไม่สะดวก คุณพ่อให้จัดการ
เรื่องเงินแทน  จึงได้เกร็ดประสบการณ์ เป็นแขนเป็นขาในกรุงเทพฯให้พ่อ ในเรื่องการ
จัดการ  ในช่วงอายุประมาณ
20-21 ปี ก็มีประสบการณ์หมุนเงินช่วยพ่อทำจัดการธุรกิจใน
กทม. แล้ว   ทำให้เราไม่กลัวการคุยกับคนในเรื่องทำธุรกิจ
 

              เมื่อทำธุรกิจหนังสือ จึงทำให้มองเห็นลูกค้าเป็นมากกว่าลูกค้า
หนทางไม่ไกลเลยถ้ามีเพื่อนร่วมทางที่ดี  ถ้าเรามีเพื่อนเป็นผู้ที่สนับสนุนอยู่ บรรณารักษ์
บางคนน่ารักมากๆ มีความเป็นเพื่อนต่อกัน บรรยากาศการทำงาน รวมทั้งความเป็นคน
ง่ายๆ สบายๆ ทำให้เป็นเพื่อนกันไม่ยากโดยอาศัยความเข้าใจในหน้าที่ที่มีต่อกันเป็น
พื้นฐาน

 

 

 
© librarainmagazine.com. All Rights Reserved.