|
|
อาจารย์กรุณาช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับภาควิชา และ
การเรียนการสอนว่ามีพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์จัดตั้งขึ้นตั้งแต่มหาวิทยาลัย
บูรพายังเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.
2517 ปรับเปลี่ยนสภาพเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน อยู่ภายใต้สังกัดคณะมนุษยศาสตร์ พอปี
พ.ศ. 2533 ปรับเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยบูรพา อยู่ภายใต้สังกัด
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ค่ะ
ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงหลักสูตร เมื่อปีปีการศึกษา
2548 ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาตรีสาขาบรรณารักษศาสตร์และ
สารสนเทศศาสตร์ เป็น สารสนเทศศึกษา โดยแบ่งเป็น 3
กลุ่มวิชาเอก ดังนี้ บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
การจัดการสารสนเทศ และ บรรณาธิการศึกษา
เปิดรับนิสิตใน
ปีการศึกษา 2549
ทำไมถึงเปลี่ยนมาใช้คำนี้ค่ะ
เพราะว่าแต่เดิมมีแค่เอกเดียว
แต่ตอนนี้ภายในสาขาวิชาจะแบ่งออกเป็น3
กลุ่ม คือ
กลุ่มบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
กลุ่มการจัดการสารสนเทศ และ
กลุ่มบรรณาธิการการศึกษา
โดยมีแนวคิดของการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
และความเปลี่ยนแปลงของศาสตร์ โดยเฉพาะ
กลุ่มบรรณาธิการการศึกษา ซึ่งมีผลจากการทำวิจัยเรื่อง
"
การศึกษาแนวโน้มความต้องการของบัณฑิตในสาขา
บรรณาธิการ" โดย อาจรย์ทิพภา ปลีหะจินดา และคณะ
เมื่อปี 2548
พบว่า
มีความต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านบรรณาธิกร
แต่ยังไม่สถาบันการศึกษาใดจัดการเรียน
การสอนโดยตรง
ทางภาควิชาจึงเกิดแนวคิดที่จะจัดการเรียนการสอนด้านนี้
เมื่อมีการปรับปรุงหลักสูตรจึงเปลี่ยนชื่อสาขาวิชาเป็นสารสนเทศศึกษา
เพื่อให้ครอบคลุมรายวิชาที่จะสอน
โดยได้เริ่มรับนิสิตมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2549
ปัจจุบันนิสิตกำลังเรียนชั้นปีที่ 2
ในภาคเรียนที่ 2
นิสิตได้เลือกกลุ่มวิชาตามความถนัดและความสนใจของตนกันแล้ว
จำนวนนิสิตของหลักสูตรใหม่นี้ มีทั้งหมดมีเท่าไหร่ค่ะ
ชั้นปีที่ 1 มี 26
คน ชั้นปีที่ 2 มี
35 คน
|
|
ในแต่ละปีการศึกษา ภาควิชากำหนดจำนวน รับนิสิตเท่าไหร่
กำหนดไว้ปีละ 40 คน
ซึ่งมาจากการสอบตรง (โควต้าภาคตะวันออก)
กับ การสอบ admission
แล้วนิสิตสนใจกลุ่มวิชาไหนเป็นพิเศษ หรือ มากที่สุด
กลุ่มการจัดการสารสนเทศ มีจำนวน 21
คน ส่วนกลุ่มบรรณารักษฯ
มี 6 คน และ กลุ่มบรรณาธิการศึกษา มี
8
คน
ทำไมนิสิตเลือกกลุ่มบรรณารักษ์ฯน้อยจังค่ะ
นิสิตให้ความสนใจอยากเรียนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น และ
มีความรู้สึกว่าบรรณารักษศาสตร์ เป็นวิชาที่ไม่ท้าทาย
ไม่ทันสมัย
และเวลาเรียนก็ไม่สนุกเมื่อเทียบกับการเรียนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
หรือ คอมพิวเตอร์ที่ดูทันสมัยกว่า ได้ลงมือทดลองทำ หรือ
เรียนรู้ด้วยตนเอง

แล้วนิสิตที่เรียนสาขาวิชาสารสนเทศศึกษาอีกสองกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มบรรณารักษศาสตร์ จะเป็นบรรณารักษ์ได้มั้ยค่ะ
ได้ค่ะ
เพราะเราจัดเนื้อหาที่จำเป็นในกลุ่มวิชาแกนให้ทุกคนได้เรียน
แต่จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพิ่มเติมในแต่ละกลุ่มที่นิสิตเลือก
การเลือกกลุ่มวิชาสำหรับนิสิตก็คือ เลือกเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญ หรือ
ความสนใจเฉพาะด้าน เพราะนิสิตจะตัดสินใจเลือกเรียน ในชั้นปีที่
2 ภาคปลาย ซึ่งทำให้เขาสามารถมองแนวทางของตัวเองได้
หรือ ความชอบของตนเองได้
|
|
แล้วกลุ่มบรรณาธิการศึกษา ภาควิชาจัดการเรียนการสอนอย่างไร
โชคดีที่ภาควิชาได้รับความอนุเคราะห์จากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านบรรณาธิการจากหน่วยงานภายนอกมาช่วยสอน
ในภาคเรียนนี้ ก็จะมีทีมผู้สอนจากสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และ คุณมกุฎ อรฤดี สอนรายวิชา
ธุรกิจการพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ นอกจากนั้นก็ได้รับความร่วมมือจาก
คณาจารย์ภาควิชาภาษาไทย ดร. ศุภรางค์ อินทรารุณ อาจารย์ธวัชชัย
ดุสิตกุล มาช่วยสอนรายวิชาตรรกะและภาษา

ถ้าสนใจ อยากรู้ว่ามีรายวิชาที่เรียนอะไรบ้างในหลักสูตรนี้
จะดูรายละเอียดได้ที่ไหนค่ะ
เข้าไปที่เว็บไซต์ของภาควิชาได้เลยค่ะ
http://libsci.buu.ac.th
สำหรับนักเรียนมัธยมที่เตรียมสอบคัดเลือก
เข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ชอบอ่าน
ชอบเขียน
ชอบค้นคว้าหาความรู้ อยากเป็น บรรณารักษ์ นักสารสนเทศ หรือ
บรรณาธิการ จะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกเรียน
เท่าที่เปิดสอนมามีการปรับเปลี่ยนอะไรอีกบ้างค่ะ
แต่เดิมภาควิชาเปิดหลักสูตรสอนให้คณะศึกษา เป็นการศึกษาศาสตร์บัณฑิต
( บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์)
ซึ่งมีนิสิตรหัส
47
เป็นรุ่นสุดท้าย ภาควิชาได้หันมาพัฒนาหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต
( บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์)
โดยเปิดรับนิสิตรหัส 47
เป็นรุ่นแรก ซึ่งประมาณเดือนมีนาคม 2551
นี้ก็จะจบการศึกษา
แล้ววิธีการจัดการเรียนการสอนในอนาคต
อาจารย์คิดว่าจะเป็นในรูปแบบใดค่ะ
คิดว่าเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นๆ
สำหรับการทำงานในสถาบันบริการสารสนเทศ ดังนั้น
ภาควิชา
จะต้องมีการติดตาม วิทยาการ และ ความก้าวหน้า
อาจารย์จะต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
มีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคสมัย ในขณะเดียวกัน
ต้องผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และ จริยธรรม ให้กับสังคมด้วย
|
|