หน้าที่ของบรรณารักษ์คือเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญของสังคม    “เราสร้างสังคมการเรียนรู้ นำพาคนไปสู่แหล่งความรู้ 
 

 


 




หนึ่งวันกับบรรณารักษ์
บทสัมภาษณ์

คุณพิมล เมฆสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการ
ฝ่ายส่งเสริมผู้ใช้และวิจัยการศึกษา
สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ

-------------------------------------------------------------------

สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
แนะนำหนังสือได้รับรางวัล

หนังสือรางวัลซีไรต์ประจำปี 2550   
หนังสือรางวัลดีเด่นประจำปี 2550
รางวัลซีไรต์ปี 2549
หนังสือได้รับรางวัลดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2549
       ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน

หนังสือดีเด่นรางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด”
        ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2548

รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
        ประจำปี 2548 ประเภทเรื่องสั้น

รายชื่อหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2548
        สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน

ผลการประกวดหนังสือดีเด่น 7 Book Awards
       1 มิถุนายน 2547

 
แนะนำหนังสือที่น่าสนใจอื่นๆ

มองจีน มองไทย
 
อยากกู้เงินแบ้งค์บ้างทำอย่างไร ......
 
21 วัน นับถอยหลังสู่ความสำเร็จ ......
 
คู่มือคุณครูสำหรับช่วยเหลือเด็กออทิสติก
 
จาก HTML สู่ ASP.NET ......
 
การฝึกปฏิบัติพลังแห่งจิตปัจจุบัน ......
 
ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัด..
 
พืชมีประโยชน์วงศ์เปล้า ......
 
รู้ทันภาษา รู้ทันการเมือง: ทักษิณสมัย ......
 
Freedom of Communication ......
 
บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยา
 
ภูมิปัญญาไทย:วิถีไทย ......
 
57 เห็ดเป็นยาแห่งป่าอีสาน ......  
 
Logos Redesign: How 200
 
ศิลปะและสังคม .........
 
แนวคิดว่าด้วยความเป็นพลเมือง .........
 
ภูมิปัญญาไทยในการ ดำเนินชีวิตของชาวกรุง
 
ขนมอบในวัฒนธรรมยุโรป .........
 
อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชในสยาม .........
 
สรุปภาพรวมการจัดทำยุทธศาสตร์ .........
 
หอไตรกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส:
 ปทานุกรมศัพท์การศึกษา
 ภูมินามานุกรม.
 มะพร้าว พืชสารพัดประโยชน์.
 จีเอ็มโอ นวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพสมัย


สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 


 

 

ทราบว่าอาจารย์จบปริญญาตรีประวัติศาสตร์ และปริญญาโทบรรณารักษ์ ทั้งสองศาสตร์นี้มีจุดที่เชื่อมกันได้ในเรื่องใดบ้างคะ
 
 

           จุดร่วมของ ประวัติศาสตร์ และบรรณารักษ์ทั้งสองวิชานี้น่าจะอยู่ที่ ความเป็นมนุษย์ศาสตร์ค่ะ  เพราะมันเกี่ยวพันกับการอ่านหนังสือของคน  

 

อะไรเป็นเหตุผลให้คนจบประวัติศาสตร์อย่างอาจารย์ เลือกที่จะต่อโทบรรณารักษ์คะ? 
 

             สำหรับตัวเราไม่มีคำว่าแรงบันดาลใจค่ะ เหตุผลก็คือ เคยลงเรียนบรรณารักษ์ไว้ตอนอยู่ปีหนึ่ง  แต่เป็นคนขี้เกียจเรียน คนเรียนบรรณารักษ์ต้องเป็นคนขยันเข้าห้องเรียนตลอด   เพราะเขาจะมีกำหนดไว้ว่าห้ามขาดเรียนเกินแปดครั้ง แต่เราขาดจนครบ ก็เลยเปลี่ยนไปเลือกเรียนประวัติศาสตร์แทนเพราะเริ่มมีแฟนเรียนอยู่ประวัติศาสตร์ (หัวเราะ)
 

              แล้วก็เรียนจนจบ  พอจบแล้วพ่อก็บอกว่าให้เลือกชีวิตว่าจะทำงานหรือเรียนต่อ  เราก็เลยเลือกเรียนต่อดีกว่า ที่เลือกเรียนโทบรรณารักษ์ เพราะพี่สาวบอกว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่มั่นคง และตัวเราเองก็อยู่ในครอบครัวที่รักการอ่านด้วย เรียนไปแล้วก็โอเค. ค่ะ ใช้ประโยชน์ได้กับตัวเอง โชคดีด้วยที่ได้ครูดีที่รู้จักความเป็นตัวเราว่าน่าจะเหมาะกับอะไร ยังเรียนไม่ทันจบด้วยซ้ำ อาจารย์ก็ดึงมาทำงานตอบคำถามในห้องสมุด พอเรียนจบแล้วก็ทำงานแทนอาจารย์ไปเลย 
 

             งานตอบคำถามคนต้องอาศัยประสบการณ์ที่เพียงพอเหมือนกัน  อย่างน้อยก็ต้องมีข้อมูลเพียงพอที่จะตอบคำถามคนข้างนอกได้ จึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อของคำถามที่คนจะเข้ามาถามอะไรจากเราได้ทุกอย่าง
 

การเรียนประวัติศาสตร์และงานบรรณารักษ์สร้างลักษณะความคิดหรือความเป็นคนอย่างไรให้กับอาจารย์บ้างคะ?
 

                การเรียนประวัติศาสตร์สี่ปี สอนเราว่า ไม่มีทฤษฏีไหนที่แน่นอน เพราะประวัติศาสตร์ขึ้นอยู่กับคนเขียน  ว่าใครเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ เป็นการบอกเล่าที่มนุษย์เป็นคนตีความ ประวัติศาสตร์จึงขึ้นอยู่กับมุมมองของมนุษย์ ว่ามีหลักฐานอ้างอิงได้แค่ไหน   ประวัติศาสตร์ที่เขียนโดยสามัญชนก็จะไม่เหมือนกับที่เจ้าเขียน   เพราะฉะนั้นเมื่อมีอะไรใหม่ที่ดีพอก็มาหักล้างของเก่าได้ตลอด ในขณะที่คนทั่วไปมักจะเชื่อสิ่งที่บอกตามกันมาอย่างตายตัว ทั้งที่ตำราประวัติศาสตร์เขียนใหม่ได้ตลอด
   

                 ตัวเราโชคดีได้อาจารย์ดีด้วยที่ให้แนวคิดที่น่าสนใจกับเรา ช่วยเปิดมุมมองเราขึ้นไป  อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ในยุคที่ดีและเราเรียนธรรมศาสตร์ด้วย ก็ต้องยกความดีให้ธรรมศาสตร์ การเรียนประวัติศาสตร์จึงทำให้เราพร้อมที่จะเปิดรับอะไรใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกอยู่ตลอดเวลา
 

                ส่วนการเรียนโทบรรณารักษ์ ก็โชคดีที่มีครูดี  ตอนที่เรียนจะ ต้องไปหาบทความภาษาอังกฤษมาอ่านทุกสัปดาห์  ในเรื่องของงานบรรณารักษ์ ความสนุกของงาน ก็คือการที่เราได้ผ่านตาหนังสือหลากหลาย ว่าน่าสนุก น่าจะเผยแพร่ออกไป วิเคราะห์หนังสือว่าเหมาะกับกลุ่มไหน ลักษณะงานบรรณารักษ์ถ้าเปรียบภาพให้เห็นชัดเจนขี้นก็น่าจะคล้ายกับผู้จัดการบุ๊คสโตรสักแห่งเพียงแต่ของเราเป็นห้องสมุด

                
                การได้เรียนสองศาสตร์ที่ต่างกันออกไป ทำให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ และมองว่าการเรียนตรีและโทในสาขาที่ต่างกันน่าจะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น กว้างขึ้น ไม่ติดอยู่ในกรอบใดที่จะเป็นตัวกั้นประสิทธิภาพในการทำงาน
 

                  สำหรับคนทำงานบรรณารักษ์นั้น การมองภาพในมุมกว้าง มองเห็นภาพรวมขององค์กรมากกว่าที่จะทำแต่ในส่วนงานของตัวเองน่าจะให้ผลที่ดีมากกว่า จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่า  และพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองตัวงานได้ เช่น ในเรื่องไอที ที่ในยุคนี้เป็นทักษะที่จำเป็นมาก นี่คือบรรณารักษ์แบบที่เราต้องการ 

 

หน้าที่รับผิดชอบตามตำแหน่งงานของอาจารย์อยู่ในเรื่องใดบ้างคะ
 

                 งานในหน้าที่โดยตรงเป็นเรื่องของการส่งเสริมการใช้ห้องสมุด และเป็นที่ปรึกษาให้กับบรรณารักษ์ในการทำวิจัยค่ะ   ส่งเสริมให้บรรณารักษ์หาเวลาจากงานประจำมาทำวิจัยบ้างเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพตัวเอง ซึ่งเราจะมีทุนให้สำหรับคนที่เสนอหัวข้อมาแล้วผ่าน หน้าที่คือเป็นพี่เลี้ยงช่วยประคับประคองให้งานวิจัยแต่ละชิ้นจบลงด้วยดี 
 
 

ส่วนใหญ่คนอ่านหนังสือในห้องสมุดจะนิยมอ่านหนังสือประเภทไหนมากที่สุดคะ? 
 

                 อันดับหนึ่ง คือ หนังสือวิชาการ เพื่อการค้นคว้า วิจัย หรือทำรายงาน  รองลงมาคือหนังสือประเภทสารคดี หนังสือนวนิยาย และหนังสือเด็กตามลำดับ  ส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการจะเป็นกลุ่มนักศึกษาไม่ใช่อาจารย์ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีหนังสือเองอยู่แล้วหรือเปล่า แต่เป็นอย่างนี้ทุกมหาวิทยาลัย 
 

เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ห้องสมุดเป็นอย่างไรบ้างคะ?
 

                   เรามีจดหมายข่าวเดือนละครั้งสำหรับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเล่าเรื่องราวกิจกรรมต่างๆ ของห้องสมุดค่ะ  แต่คิดว่าไม่ค่อยเกิดผลอะไรมากนัก เพราะเป็นแค่การบอกเล่าว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน
 

                   บางครั้งหนังสือดีๆ นอนอยู่บนหิ้งเฉยๆ เราต้องดูว่าทำยังไงให้หนังสือออกไปหาคนไม่ใช่รอให้เขาต้องการแล้วเข้ามาหยิบ เราต้องเปลี่ยนเป็นเชิงรุกมากขึ้น ก็มีการเอาตำราดีๆ มาแนะนำ ทำให้มันดูดีน่าอ่าน เรื่องนี้เว็บไซต์ช่วยได้มากแต่ก็ยังเป็นแค่กลุ่มคนเล็กๆ เฉลี่ยแล้วมีคนเข้าชมเว็บของเราเดือนละสามหมื่นคน ซึ่งเราคิดว่ายังไม่พอ ลูกค้าประจำก็ต้องเข้าประจำอยู่แล้ว ปัญหาคือจะหาลูกค้าใหม่ยังไง  เราก็มีการทำกระเป๋าผ้าและเสื้อยืดห้องสมุดซึ่งจะมีชื่อเว็บไซต์ติดอยู่ด้วย ขายข้างล่างห้องสมุดที่นี่ ขายดีใช้ได้ แต่ยังไม่ได้ประเมินว่าช่วยเพิ่มปริมาณคนใช้เว็บหรือเปล่า 
 


ปัญหาทั่วไปในงานบรรณารักษ์มีอะไรบ้างคะ? 
 

                 ปัญหาระหว่างห้องสมุด ก็คือความร่วมมือกันที่ยังน้อยอยู่   ระบบการศึกษาของไทยยังไม่เหมือนเมืองนอก เรายังขาด subject specialist มาช่วยในเรื่องการจัดการเฉพาะหมวด  เช่น วิทยาศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ ฯลฯ ซึ่งเมืองนอกเขาจะมีการแยกเรียนเฉพาะสายไปเลย ทำให้มีการจัดการเฉพาะที่ดีกว่า รวมทั้งมีความเป็นยูเนี่ยนมากกว่า ผู้ใช้เสิร์ชหาหนังสือ อยู่ใกล้ที่ไหนก็ไปเอาหนังสือได้ที่ห้องสมุดใกล้บ้านเลย เพราะหนังสือเขาจะมีเหมือนกันเป็นมาตรฐาน ซึ่งต่างจากของไทยที่ยังมีความร่วมมือกันไม่มาก แต่ตอนนี้เราก็มีการเริ่มทำ union catalog หรือสหบรรณานุกรมแล้ว คือ สืบค้นหนังสือเจอ เมื่อรู้ว่าอยู่ที่ไหนก็ไปยืมที่นั่น
 

              ส่วนปัญหาในตัวงานของบรรณารักษ์ เองนั้นเป็นเรื่องของความคิดและมุมมองมากกว่า  งานบรรณารักษ์เป็นงานประจำที่ทำไม่จบในหนึ่งวัน ทำให้คนรู้สึกท้อ ว่าเหมือนทำงานไม่เสร็จ ไม่ถึงเป้าหมายซะที แต่จริงๆ แล้วเราตั้งเป้าหมายได้เป็นวันละห้าเล่ม สิบเล่ม ก็ได้เอาแค่พอประมาณ ให้เหลือเวลาไปใช้กับงานในด้านอื่นๆ บ้าง ซึ่งจะทำให้ได้เรียนรู้ เป็นการออกจากมุมแคบของตัวเอง  เมื่อออกมาข้างนอกแล้วจะเห็นปัญหาของงานประจำที่ตัวเองทำอยู่ได้ชัดเจนขึ้นด้วย
 

               ปัญหาของผู้ใช้บริการ  ก็คือเราจะทำอย่างไรให้เขารู้วิธีค้นข้อมูลแบบไม่เสียเวลา  และ เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากห้องสมุดจริงๆ  ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่ยังไม่เรียนรู้มารยาทในการจะใช้ห้องสมุด หรือความเคารพสถานที่ มศว. ไม่มีที่ให้นักศึกษานั่งทำการบ้าน นิสิตจึงใช้พื้นที่ของห้องสมุดแทน ถ้าด้านนอกไม่มีการจัดการเรื่องนี้ให้  ต่อไปห้องสมุดอาจจะต้องจัดหาให้เอง เช่น อาจจะจัดห้องเป็นพิเศษให้นิสิตนั่งทำงานไปเลย
 

              ปัญหาอื่นๆ ก็จะเป็นปัญหาในด้านการบริการในช่วงที่มีผู้ใช้บริการมาก เช่นในช่วงสอบเทอมแรก เดือนมิถุนายนจะเป็นช่วงพีคที่สุดของปี 
 

ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ต้องการให้บรรณารักษ์ช่วยเหลือในเรื่องไหนบ้างคะ?
 

             สมัยก่อนไม่มีเครื่องมือให้คนสืบค้นข้อมูลเหมือนเดี๋ยวนี้ แต่จะเป็นการสืบค้นจากซีดีรอม และบรรณารักษ์ทำได้คนเดียว คนที่สนใจจริงๆ จะทิ้งหัวข้อเอาไว้ให้บรรณารักษ์เลย ให้เราสืบค้น แล้วค่อยมารับรายชื่อหนังสือไป ก็อยู่ในวิจารณญาณของบรรณารักษ์ที่จะเลือกให้ว่ามีหนังสือเล่มไหนบ้างที่เขาควรอ่านในหัวข้อที่ต้องการ  งานลักษณะนี้สนุกสำหรับบรรณารักษ์
 

             แต่ปัจจุบัน ผู้ใช้สืบค้นหนังสือกันเองได้เพราะมีเครื่องมือให้ ก็จะพึ่งบรรณารักษ์ในเรื่องของคำที่จะใช้สืบค้นข้อมูลว่าควรจะใช้คำไหนบ้างจึงจะได้หนังสือที่ต้องการจริงๆ เพราะถึงอย่างไร บรรณารักษ์ก็เป็นไกด์ช่วยเขาได้ เราหาได้ไว เพราะมันเป็นทักษะ เป็นอาชีพ ถ้าเขาไม่มีเวลาหา บรรณารักษ์ช่วยเขาได้ การทำวิทยานิพนธ์ควรจะมาหาบรรณารักษ์ก่อนก็จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ต้องการเร็วขึ้น 



ทุกวันนี้สื่อหนังสือต้องแข่งขันกับสื่ออีกหลายอย่างมาก โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ท อาจารย์มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ
?
 

             เดี๋ยวนี้ไม่ว่าเด็กหรือแม้แต่ครูก็มักจะใช้กูเกิ้ลในการค้นข้อมูล  ทั้งที่จริงแล้วกูเกิ้ลเป็นได้แค่คำตอบเล็กๆ สั้นๆ ที่นำไปอ้างอิงหรือใช้งานไม่ได้ เพราะขาดในส่วนของรายละเอียดและแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ นอกจากจะได้จากกูเกิ้ลบุ๊ค สุดท้ายคนก็ต้องกลับมาพึ่งหนังสือเล่มที่มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือกว่า
 

              ส่วนสื่ออื่นๆ เช่น ทีวีหรือเกมส์ที่ดึงเอาเวลาของเด็กจากการอ่านหนังสือไปมากนั้น พ่อแม่เป็นตัวหลักที่จะแก้ไข ช่วยดึงลูกเข้าหาหนังสือได้มากขึ้น   หนังสือควรจะมีราคาถูก ในประเทศอินเดียหนังสือราคาถูกมาก ที่จริงควรทำหนังสือให้มีรูปเล่มน่าสนใจ  มีราคาถูกลง หรือแจกฟรี หรือ รีปรินซ์เพื่อให้พ่อแม่นำไปสอนลูกได้ ดึงให้คนกลับเข้าหาหนังสือมากขึ้น
 

               สื่อประเภทหนังนั้นไม่สามารถเก็บอารมณ์ของหนังสือได้หมดอยู่แล้ว แต่อาจจะช่วยกระตุ้นให้คนอยากอ่านหนังสือที่นำไปสร้างเป็นหนังมากขึ้นเหมือนกัน
 

               ครูควรส่งเสริมการอ่านของเด็ก แม้ในป.ตรี อาจารย์ก็ควรมีรายชื่อหนังสือที่นิสิตควรอ่านให้ไว้ทุกคาบเรียน  ซึ่งเราก็พร้อมที่จะจัดทำรายการให้ ถ้ามีอาจารย์เปิดคอร์สใหม่ขึ้นมา ขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์เห็นความสำคัญในเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะตอนนี้ส่วนใหญ่อาจารย์ก็จะใช้หนังสือจากหิ้งเดิมๆ รายการเดิม ไม่มีลิสท์อัพเดท  การเปิดสาขาใหม่เขาอาจจะมีลิสท์หนังสือของเขาเองอยู่แล้วก็ได้ แต่ถ้าเขายินดีให้เราทำ เราก็ทำ 

 

เทรนด์การอ่านหนังสือของคนไทยยุคปัจจุบันที่อาจารย์เห็นเป็นอย่างไรบ้างคะ?
 

                 เทรนด์ท้องตลาด ส่วนใหญ่ตอนนี้จะเป็นหนังสือประเภทาวทู  ก็สะท้อนว่า คนเราถูกสังคมบีบให้ต้องประสบความสำเร็จ   ต้องหาเงิน  ฮาวทู จะขายดีสำหรับพนักงานบริษัท ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ เพราะทุกคนต่างก็อยากเป็นเถ้าแก่เล็กๆ ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ในส่วนของราชการ ก็อาจเกิดจากระบบราชการที่กำลังจะออกนอกระบบไม่มีหลักประกันอะไรจากรัฐบาล  ส่วนเทรนด์รองลงมาคือเรื่องสุขภาพ คนเริ่มใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อม อาหารที่แย่ลง ทำให้ทุกคนกลับมาจุดนี้
 

                 การที่คนนิยมอ่านฮาวทูกันมากขึ้นจะนำไปสู่แนวโน้มอย่างไรนั้น  คิดว่าเป็นเรื่องที่แปรผันไปตามสภาพจิตใจคนมากกว่าว่าเขาจะคิดเรื่องเงินอย่างเดียวรึเปล่า ถ้าเห็นแก่เงินอย่างเดียว ก็จะเกิดสภาพแก่งแย่งกันมากขึ้นเป็นธรรมดา 
 

สุดท้าย อาจารย์อยากจะฝากอะไรถึงบรรณารักษ์รุ่นใหม่บ้างคะ?
 

                 อยากให้บรรณารักษ์รู้จักคุณค่าของตัวเองมากขึ้นค่ะ    ส่วนใหญ่บรรณารักษ์จะอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่แสดงศักยภาพออกมา  ดังนั้น บรรณารักษ์ควรแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้เต็มที่ดีกว่า จะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น   ปัญหาคือ บางคนเก่งแต่ดูเหมือนเก็บกดความสามารถเอาไว้    งานทุกงานมีคุณค่าของมันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะมองเห็นแล้วทำให้เกิดประโยชน์กับสังคมจริงๆ หรือเปล่า หน้าที่ของบรรณารักษ์คือเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญของสังคม    “เราสร้างสังคมการเรียนรู้ นำพาคนไปสู่แหล่งความรู้ 


 
© librarainmagazine.com. All Rights Reserved.